ล้างพิษตับ (LIVER DETOX)

LIVER DETOX  การล้างพิษตับ

 

“ตับ” เป็นอวัยวะที่ใหญ่ที่สุดของร่างกาย มีน้ำหนักประมาณ 2% เช่น เราหนัก 60 กก. ตับของเราจะหนักประมาณ 1,200 กรัม ตับมีหน้าที่สำคัญมากกว่า 500 อย่าง ที่เรารู้กันเป็นอย่างดี ก็คือ หน้าที่กำจัดสารพิษต่างๆ อาหารทุกคำยาทุกเม็ดที่เรากิน ล้วนมีสิ่งที่ตับต้องกำจัดทั้งสิ้น ตับเป็นต่อมมีท่อใหญ่ที่สุด สิ่งที่ตับสร้างคือ น้ำดี (bile) โดยเซลล์ตับปกติทุกเซลล์จะสร้างน้ำดี (bile) น้ำดีที่สร้างจะไหลไปตามท่อเล็กๆ ซึ่งมองด้วยกล้องจุลทรรศน์ธรรมดาไม่เห็น เรียกว่า “bile canaliculi” แล้วรวมกันถึงท่อน้ำดีที่ใหญ่ขึ้นในตับ เรียก “bile duct”

 

ตับมี 2 กลีบ (lobes) ท่อน้ำดีจากทั้ง 2 กลีบ จะรวมตัวกันเป็น “hepatic duct” จะไปเชื่อมต่อกับท่อน้ำดีที่ไหลไปยังถุงน้ำดี(gallbladder) ตับปกติของผู้ใหญ่ จะสร้างน้ำดีวันละหลายลิตรส่วนใหญ่จะไหลเข้าสู่ลำไส้เล็ก ส่วนที่ 2 ของลำไส้เล็กช่วงแรก (second part of duodenum) มีเพียงส่วนน้อยเท่านั้นที่จะไปเก็บไว้ที่ถุงน้ำดี (ไม่เกิน 100 cc) เมื่อตับกำจัดพิษจากสิ่งที่เรากินเข้าไป กากหรือขยะของสารพิษ จะถูกขับออกจากตับได้ 2 วิธี

  1. ถ้าเป็นสารละลายน้ำได้ จะถูกกำจัดออกทางไต
  2. ถ้าเป็นสารที่ไม่ละลายในน้ำ ตับจะอาศัยน้ำดี นำไปทิ้งที่ลำไส้เล็ก กลายเป็นอุจจาระต่อไป และขยะที่กำจัดไม่ได้ จะสะสมอยู่ในตับ โดยตับทำงานตลอดเวลา และเป็นอวัยวะหนึ่งซึ่งไม่เคยพักเลย (เช่นเดียวกับ หัวใจ และปอด)
  • ตับเป็นทั้งโรงงานผลิต โรงกำจัดพิษและโกดังสะสมทั้งสิ่งที่เป็นและไม่เป็นประโยชน์ ต่อร่างกาย เช่น ไขมัน
  • เครื่องยนต์ของรถ เรือ หรือพาหนะใดๆต้องการการทำความสะอาดทั้งสิ้น ตับก็ต้องการเช่นกัน
  • ตับที่สะอาดจะทำงานได้ดีขึ้นกว่าตับที่สะสมกากขยะไว้ทั้งในตับเองและในถุงน้ำดี

 

อ่านถึงจุดนี้  เราคงไม่สงสัยว่าการล้าง (พิษ) ตับ น่าจะเป็นประโยชน์มากอย่างยิ่ง

 

 

การดีท๊อกซ์ที่ตับเป็นสิ่งสำคัญในการป้องกันการเกิดโรคมะเร็ง เพราะราว 90 % ของมะเร็งเกิดจากสารพิษที่ได้รับในสิ่งแวดล้อม ทั้งควันบุหรี่ อาหาร น้ำ และอากาศ

 

สารพิษที่ผ่านการดีท๊อกซ์ที่ตับ มีทั้งที่เกิดขึ้นในร่างกายเอง และได้จากสิ่งแวดล้อม ขบวนการดีท๊อกซ์ที่ตับ แบ่งออกเป็น 2 ช่วง ตามการทำงานของเอนไซม์ คือ เฟส1 และ เฟส2

 

 

สารอาหารหลายชนิด มีบทบาทสำคัญในกระบวนการดีท๊อกซ์ที่ตับ ได้แก่ วิตามิน และแร่ธาตุต่างๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งวิตามิน บี ซี อีและ selenium นอกจากนี้ กรดอะมิโนต่างๆ ก็เป็นส่วนประกอบสำคัญในเฟส 2 ได้แก่ glycine, cysteine, glutamine, methionine, taurine, glutamic acid และ aspartic acid

 

นอกจากที่ตับแล้ว เรายังพบว่ามีกระบวนการดีท๊อกซ์ในส่วนอื่นของร่างกายด้วย โดยเฉพาะอย่างยิ่งเซลล์สมอง การขาดสารต้านอนุมูลอิสระ และสารอาหารต่างๆ ที่จำเป็น จึงทำให้เกิดการทำลายของเซลล์ประสาทอย่างเช่นที่พบในโรค Alzheimer และ Parkinson

 

สมุนไพรที่มีประโยชน์ต่อตับมีหลายชนิด แต่ที่มีงานวิจัยน่าสนใจที่สุด คือ Silymarin สารตัวนี้ช่วยปกป้องเซลล์ตับจากการถูกทำลาย และยังช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการดีท๊อกซ์อีกด้วย โดยทำหน้าที่เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ (มีฤทธิ์แรงกว่าวิตามินอีและซีหลายเท่า) ช่วยเพิ่มการสังเคราะห์ glutathione ถึง 35% และช่วยการสร้างเซลล์ตับใหม่ ขนาดที่ใช้ คือ70 – 210mg วันละ 3 ครั้ง

 

 

 

การดีทอกซ์ตับ เหมาะสำหรับใคร…

  • ผู้ที่ดื่มสุราเป็นประจำ
  • ผู้ที่ทานอาหารไม่ถูก หลักอนามัย เช่น อาหารทอด ปิ้ง ย่าง
  • ผู้ที่มีความเครียดสูง พักผ่อนไม่เพียงพอ ภูมิคุ้มกันอ่อนแอ มีสารพิษสะสม อันเป็นสาเหตุให้ตับทำงานหนัก และเกิดโรคต่างๆ ตามมา เช่น ไขมันเกาะตับ (fatty liver) ตับอักเสบ ตับแข็ง มะเร็งในตับ โรคอ่อนเพลียเรื้อรัง เป็นต้น

 

วิธีการล้างสารพิษในตับ

…สามารถทำได้โดยให้ทางเส้นเลือด โดยมีส่วนผสมวิตามิน เกลือแร่ และกรดอะมิโนที่พิเศษมาก ที่จะช่วยการสร้างเอนไซม์ชนิดต่างๆและกำจัดสารพิษออกจากร่างกาย ซึ่งจะเข้าไปเปลี่ยนสารพิษที่ไม่ละลายน้ำ เช่น สารโลหะหนัก ยาฆ่าแมลง ยาบางชนิด แอลกอฮอล์ ให้เป็นสารที่ละลายน้ำได้ ทำให้ตับสามารถขับสารพิษจำนวนมากขับออกผ่านทางลำไส้ และสุดท้ายจะขับออกจากร่างกายพร้อมกับอุจจาระ แต่จะมีสารพิษบางส่วนถูกดูดซึมกลับเข้าทางกระแสเลือด และขับออกทางไต ดังนั้น ในระหว่างที่ตับขับสารพิษนั้น ไตก็จะทำงานหนักมากขึ้น เนื่องจากมีสารพิษจำนวนมากที่ขับออกจากตับเข้าสู่ไต เพราะฉะนั้นผู้ที่จะทำการล้างพิษตับ จะต้องมีสภาพการทำงานของไตที่สมบูรณ์เพียงพอด้วย

 

 

ประโยชน์ที่ได้จากการล้างพิษตับ

  • ช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้กับร่างกายให้แข็งแรง สามารถต่อต้านเชื้อโรคและสิ่งแปลกปลอม บรรเทาความรุนแรงของหวัดหรืออาการภูมิแพ้
  • ช่วยป้องกันและต่อสู้กับมะเร็ง ช่วยในการซ่อมแซมเซลล์ และคืนความสดชื่นให้กับเซลล์ทั่วร่างกาย
  • เพิ่มสารต้านอนุมูลอิสระ ที่ช่วยต่อต้านทำลายเซลล์ โดยเฉพาะเซลล์ตับ ไม่ให้ถูกทำลายจากอนุมูลอิสระ
  • สร้างเอนไซม์ชนิดต่างๆ หลายชนิด ที่ช่วยให้ตับขับสารพิษออกจากร่างกาย
  • ป้องกันตับจากสารพิษ ยา และสารจากแอลกอฮอล์
  • ช่วยให้ร่างกายสามารถรีไซเคิลสารต้านอนุมูลอิสระชนิดต่างๆ กลับมาใช้ได้ใหม่ เช่น กลูต้าไทโอน และวิตามินซี
  • ช่วยบำรุงเซลล์ตับให้ฟื้นตัวเร็วขึ้น เร่งการขับสารพิษในร่างกาย ปกป้องสารพิษจากการทำเคมีบำบัดในผู้ป่วยมะเร็ง
  • ช่วยลดการสะสมของไขมันที่ตับ และลดการเกาะตัวของไขมันที่ผนังหลอดเลือด
  • ช่วยเสริมสร้างความแข็งแรงของเนื้อเยื่อในร่างกาย โดยเฉพาะที่เกี่ยวข้องกับผิวหนัง คอลลาเจน อิลาสติน เส้นเอ็น และความแข้งแรงยืดหยุ่นของหลอดเลือด

 

ตับเป็นอวัยวะที่มาสารถซ่อมแซมและฟื้นฟูตัวเองได้ดีกว่าอวัยวะอื่น เมื่อเราสามารถกำจัดสาเหตุที่ทำให้เกิดความเสียหายของตับออกไปได้ ขบวนการขจัดสารพิษที่ตับหรือล้างพิษตับ ก็เป็นอีกวิธีการที่จะช่วยให้ตับฟื้นตัวเร็วขึ้น