เซลฟ์ รีบูส ลิฟท์ (พีอาร์พี) SELF REBOOST LIFT (PRP)

Self reboost lift

 

Self Re-Boost Lift เป็นเทรนด์ล่าสุดในการทำหน้าให้เต่งตึงที่กำลังมาแรง เป็นเทคนิคการลดริ้วรอยล่าสุด จากการค้นคว้าพัฒนา ทางด้าน Biotechnology โดยใช้กรรมวิธี ขบวนการที่เรียกว่า PRP (Plasma rich platelets) แยกเอาเซลล์ต้นกำเนิด ที่มีอยู่ในเลือด ให้ออกมาในรูปของเกล็ดเลือด แล้วฉีดเข้าไปเพื่อลดเลือนริ้วรอย และเติมเต็มผิวที่เป็นร่องลึก ทำให้เกิดการฟื้นฟูคอลลาเจนจากภายใน เกิดการสร้างคอลลาเจนใหม่จำนวนมากด้วยตัวเอง ทำให้ริ้วรอยและร่องลึกค่อยๆ เติมเต็มจากภายใน ด้วยกลไกการสร้างเซลล์ตามธรรมชาติของร่างกาย และสามารถฉีดที่หนังศีรษะ เพื่อสามารถชะลออาการผมบาง และช่วยให้เส้นผมกลับมาแข็งแรงขึ้น

 

สำหรับกรรมวิธีขบวนการทำ Self Re-Boost Face Lift นั้น มีความก้าวหน้ามากไปกว่านั้น เนื่องจากมีการนำเอากรรมวิธีทาง Biotechnology ขบวนการ PRP (Plasma rich platelets ) เข้ามาร่วมด้วย ทำให้เกิดการสร้างเซลล์ ในแบบ Growth Factor เกิดการสร้างมวลของผิวหนัง ทั้งคอลลาเจน อีลาสติน และไฮยาไปพร้อมๆ กันด้วยตัวเองอย่างรวดเร็ว ตามขบวนการทางธรรมชาติ จึงได้ผลที่ดูเป็นธรรมชาติ และผลการรักษาอยู่ได้ยาวนานขึ้น

 

Self Re-Boost Facelift ใช้เวลาในการทำประมาณ 20 นาทีเท่านั้น ทำเสร็จยังไปเที่ยวต่อได้ และไม่ก่อให้เกิดผลข้างเคียงกับผิว หลังจากทำ Self Re-Boost Facelift 2 – 3 สัปดาห์ ร่างกายจะผลิตและเสริมคอลลาเจนขึ้นใหม่ ทำให้ริ้วรอยกลับตื้นขึ้น และดูเป็นธรรมชาติ ผลการรักษาอยู่ได้ยาวนานถึงหนึ่งปี

 

โดยสิ่งที่สำคัญก่อนทำทรีตเมนต์ ควรปรึกษาแพทย์เฉพาะทาง และเลือกสถานประกอบการที่ได้มาตรฐานเท่านั้น

 

 

 

 

ข้อดีของการทำ Self reboost lift

  • ทำให้ใบหน้ากระจ่างใส ดูอ่อนวัยขึ้น
  • ช่วยซ่อมแซมผิวหนัง ช่วยชะลอความชรา เติมเต็มริ้วรอย ร่องลึกได้เช่นร่องแก้ม ร่องมุมปาก ริ้วรอยบนหน้าผาก หางตาเป็นต้น
  • ช่วยเร่งการซ่อมแซม และรักษาผิวจากการถูกทำลาย ช่วยให้ผิวตึงกระชับ เรียบ เนียน และอ่อนนุ่ม
  • สามารถชะลออาการผมบาง และช่วยให้ผมกลับมาแข็งแรงขึ้น

ขั้นตอนแนะนำการดูแลหลังการทำ Self reboost lift

  • อาจมีอาการบวม, เขียวช้ำ, หลังการฉีด 3 – 7 วัน
  • ไม่ใช้น้ำร้อนล้างหน้า สตรีมหรืออบซาวน่าใน 24 ชั่วโมง หลังทำการรักษา
  • แนะนำทำการรักษาต่อเนื่อง อย่างน้อย 3 ครั้ง
  • เว้นทำเลเซอร์ 3 – 4 สัปดาห์ หรือตามคำแนะนำของแพทย์
  • หลีกเลี่ยงการโดนแสงแดดโดยตรง
  • ทาครีมบำรุง และครีมกันแดดทุกวัน