Before VS After ดูดไขมันต้นแขน! แก้ปัญหาห้อยย้อยได้ขนาดไหน ?

ดูดไขมันต้นแขน! แก้ปัญหาห้อยย้อยได้ขนาดไหน? ASTVผู้จัดการออนไลน์ 29 กันยายน 2557 10:30 น. By Lady Manager
ปฏิบัติการตามติด Before & After สกู๊ฟการดูดไขมันต้นแขนครั้งนี้ เราใช้เวลาถึง 3 เดือนในการรอคอย เพื่อเห็นผลพัฒนาการชัดๆ ว่าดูดไขมันด้วยคลื่นความถี่วิทยุจะทำให้ต้นแขนกระชับเรียวจริงไหม แก้ปัญหาท้องแขนห้อยโตงเตงได้ขนาดไหน
“โดยส่วนตัว ผมจะเลือกการผ่าตัดคือ ทางเลือกสุดท้าย แต่คนไข้มักเลือกผ่าตัดก่อนเป็นอันดับแรก เพราะอะไรที่ไม่ใช่ผ่าตัด มันเหนื่อย มันนาน ต้องใช้เวลา” ศัลยแพทย์จาก เดอมาสเตอร์ (Dermaster) สถาบันความงามและสุขภาพ พูดตรงๆ กับเราทันทีที่เห็น น้องเมย์ หรือ นันทนีย์ นราภินันท์ ทีมงานกองบรรณาธิการเอเอสทีวีผู้จัดการออนไลน์ วัย 26 ปี ตัวเล็กแต่รูปร่างค่อนข้างอวบด้วยกรรมพันธุ์ นางมีปัญหาต้นแขนใหญ่ย้อย เราจึงจีบนางมาเป็นเคสสำหรับสกู๊ฟข่าวชิ้นนี้
“อายุแค่นี้เล่นโยคะ 6 เดือนก็กระชับแล้ว แต่ต้องเล่นสม่ำเสมอนะครับ เล่นสัก 6 เดือน หายไปครึ่งแล้ว ซึ่งดีกว่าการผ่าตัดดูดไขมันแน่ เพราะได้ทั้งสุขภาพและรูปร่างที่ดีขึ้น” ถึงกระนั้น ศัลยแพทย์ก็เข้าใจหัวอกสาวทำงานใจร้อน อยากใส่เสื้อแขนกุดโชว์ต้นแขนแล้วอ่ะ
“เข้าใจครับ มันไม่ง่าย ออกกำลังกายเองต้องใช้เวลา ขณะที่การผ่าตัด ใช้เวลาแค่ 3 เดือน”
เมื่อคนไข้ยืนยัน และหมอก็ตกลง ลำดับต่อไปน้องเมย์ต้องทำความเข้าใจถึงคอนเซ็ปต์การดูดไขมัน เงื่อนไขข้อจำกัด ข้อปฏิบัติทั้งก่อนและหลังผ่าตัด วิธีการดูดไขมันที่ศัลยแพทย์เลือกใช้ ซึ่งปกติศัลยแพทย์จะอธิบายให้คนไข้ทุกคนเข้าใจตรงกันอย่างชัดเจนก่อนลงคิวนัดผ่าตัดค่ะ
หลังผ่าตัดดูดไขมัน 2-3 สัปดาห์แรกจะบวม
“มีคนไข้ถามหมอเยอะครับว่าทำไมใหญ่ขึ้นกว่าเดิม” ทางด้านศัลยแพทย์จากเดอมาสเตอร์ เล่าถึงคำถามยอดฮิตจากคนไข้ที่เพิ่งดูดไขมัน ไม่ว่าจะเป็นอวัยวะใด
“ผมจึงต้องอธิบายให้เข้าใจก่อนว่าในกระบวนการผ่าตัดดูดไขมัน มันจะสร้างการอักเสบข้างในอย่างมหาศาล” อาการอักเสบนี้ทำให้เกิดอาการบวมประมาณ 2-3 สัปดาห์หลังผ่าตัด
“การดูดไขมัน ไม่ใช่อะไรที่เห็นได้ใน 7 วัน 10 วัน ถ้าจะเริ่มรู้สึกดี ก็ประมาณ 3 สัปดาห์ขึ้นไป ทุกคนจะคิดว่าดูดแล้ว สองวันผอมเลย แขนเล็กเลย ทุกคนจะคิดอย่างนี้ ผมจะบอกคนไข้ให้เคลียร์เลยว่ามันจะบวมใหญ่กว่าเดิมประมาณ 3 สัปดาห์ อย่างคนดูดหน้าท้อง ผมจะบอกเลยว่าพี่จะอ้วนกว่าเดิมใน 3 อาทิตย์นี้ พี่ไม่ต้องโทรมาด่าผมนะครับ”
ดูดไขมันครั้งเดียว ไม่ใช่ผอมเล็กลงทั้งชีวิต
“อีกปัญหาที่ตามมาคือ การดูดไขมันไม่ใช่อะไรที่ทั้งชีวิต เพราะเราไม่สามารถดูดไขมันทิ้งทั้งหมด 100% ได้ เส้นเลือดที่มาเลี้ยงผิวหนังมาจากชั้นไขมัน ถ้าเราดูดไขมันเกลี้ยง เท่ากับเราทำลายเส้นเลือดทิ้งเลย” หมอกฤต บอกว่าหากดูดไขมันออกเยอะเกิน ผิวหนังจะขาดเลือด
“กรณีทำซ้ำ มีคนชอบทำซ้ำ อย่างทำบริเวณหน้าท้อง และมาทำซ้ำบริเวณสะโพก หมอจะดูดน้อยกว่าเดิม ถ้าดูดเกลี้ยงเลยนะ ผมว่าไม่สวยนะ เพราะผิวหนังมันจะขึ้นเป็นคลื่นเป็นมัดๆ เลย” ว่าแล้ว หมอยกตัวอย่างให้เห็นภาพ
“สมมติ เราเอาหมอนนอน หมอนข้าง วางเต็ม และเอาผ้านวมคลุม เราจะไม่รู้ข้างในเป็นไง แต่พอเราเอาผ้านวมออกปั๊บ มันจะโชว์เลยอันนี้เป็นหมอนนอน อันนั้นหมอนข้าง ตะปุ่มตะปั่มไม่เท่ากัน”
เทคโนโลยี Bodytite RFAL ทั้งดูดทั้งกระชับ

“ในกระบวนการทำ ผมฉีดน้ำเกลือเข้าไป ดูดออกมาครึ่งหนึ่ง มันก็เหลือครึ่งหนึ่ง” ศัลยแพทย์ได้อธิบายสาเหตุที่เหลือครึ่งหนึ่ง
“เพราะเมื่อเราดูดไขมันออกมาแล้ว พบว่าบริเวณที่ดูดไขมันออกไป ผิวหนังจะไม่กระชับ คือ ท้องแขนใหญ่ ดูดไขมันออกไป ผิวหนังตรงท้องแขนมันจะเหี่ยวยับ
ในการทำต้องใช้ตัวช่วยทางการแพทย์เรียกว่า RFAL (Radio Frequency Assisted Lipo Tightening) ใช้คลื่นวิทยุเข้ามาทำ liposuction (ดูดไขมัน) ตัวคลื่นวิทยุจะเข้าไปสร้างความร้อนที่ผิวหนังประมาณ 40 องศาเซลเซียส ข้อดีหนึ่ง-ช่วยเข้าไปละลายไขมัน ทำให้ไขมันที่เราต้องการดูดๆ ออกมาง่ายขึ้น สอง-เข้าไปทำให้เส้นเลือดหด ฟากเส้นเลือดฝอยเล็กๆ จะอุดตันไปเลย ก็ทำให้เลือดออกน้อยลง สาม-สำคัญมาก คือ ความร้อนที่ 40 องศาฯนี้จะกระตุ้นการหดกระชับของผิวหนังเป็นการดูดไขมันและกระชับผิวหนังในขั้นตอนเดียว”