ทำตาสองชั้นมีกี่วิธี? เปลี่ยนรูปตาให้สดใส เพิ่มความมั่นใจมากยิ่งขึ้น
ดวงตาคือหน้าต่างของหัวใจ และการมีตาสองชั้นสวย ๆ ที่รับกับรูปหน้าก็เป็นตัวช่วยสำคัญที่ทำให้ใบหน้าดูสดใส และมีเสน่ห์มากขึ้นอย่างไม่น่าเชื่อค่ะ ใครที่มีปัญหาตาชั้นเดียว ตาหลบใน หรือหนังตาตกที่ทำให้ดูง่วงนอนตลอดเวลา บอกเลยว่าการปรับแก้ชั้นตาเพียงนิดเดียวก็สามารถเปลี่ยนลุคของคุณให้ดูดีขึ้นได้อย่างชัดเจน
แล้วการทำตาสองชั้นมีกี่วิธี? แต่ละวิธีเหมาะกับใคร? บทความนี้จะพาทุกคนไปทำความรู้จักกับเทคนิคศัลยกรรมตาสองชั้นต่าง ๆ เพื่อให้คุณเลือกสิ่งที่ใช่ที่สุดสำหรับรูปตาใหม่ของคุณ
Key Takeaways
- การศัลยกรรมตาสองชั้นช่วยแก้ไขปัญหาลักษณะตาได้หลากหลาย ทั้งตาชั้นเดียว ชั้นตาหลบใน หนังตาตก หรือตาไม่เท่ากัน เพื่อสร้างสมดุลให้กับใบหน้า
- เทคนิคศัลยกรรมตาในการทำมีหลายรูปแบบ ตั้งแต่การกรีดสั้น กรีดยาว ไปจนถึงการเย็บจุด ซึ่งการเลือกวิธีที่เหมาะสมจะขึ้นอยู่กับโครงสร้างของตาและปริมาณไขมันของแต่ละบุคคล
- การดูแลตัวเองทั้งก่อนและหลังทำเป็นหัวใจสำคัญที่จะช่วยให้แผลเข้าที่ได้สวยงามและลดอาการบวมช้ำได้ดียิ่งขึ้น
- Dermaster Hospital ให้ความสำคัญกับการดีไซน์ชั้นตาแบบ Customized ออกแบบชั้นตา เฉพาะบุคคล เพื่อให้ได้เส้นชั้นตาที่ดูเป็นธรรมชาติและเข้ากับบุคลิกของแต่ละคนมากที่สุด
สารบัญบทความ
- ลักษณะของตาสองชั้นแบบต่าง ๆ ที่ช่วยเสริมเสน่ห์ให้ใบหน้า มีอะไรบ้าง
- วิธีทำตาสองชั้นหลากหลายเทคนิค เลือกแบบไหนให้เหมาะสม
- ใครบ้างที่เหมาะกับการทำตาสองชั้น
- ทำตาสองชั้น ควรเตรียมตัวก่อนทำอย่างไร
- ขั้นตอนการทำตาสองชั้น แต่ละเทคนิคเป็นอย่างไร
- ดูแลตัวเองหลังทำตาสองชั้น อย่างไรให้แผลสวย หายเร็ว
- ทำไมต้องเลือกทำตาสองชั้นที่ Dermaster ? คลินิกที่คนส่วนใหญ่ไวใจ
- คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการทำตาสองชั้น
- ทำตาสองชั้นคู่ ให้สวยมีเอกลักษณ์ที่ Dermaster
ลักษณะของตาสองชั้นแบบต่าง ๆ ที่ช่วยเสริมเสน่ห์ให้ใบหน้า
การมีตาสองชั้น ไม่ใช่แค่การเพิ่มเส้นบนเปลือกตา แต่คือการดีไซน์เสน่ห์ใหม่ให้รูปตา ซึ่งแต่ละสไตล์จะช่วยปรับคาแรกเตอร์ให้โดดเด่นต่างกันไป ดังนี้ค่ะ
- แบบสายฝอ (European Style): ชั้นตาชัดเจน มีความลึกและกว้าง เหมาะมากสำหรับคนที่ชอบแต่งหน้าจัดเต็ม ช่วยให้ตาดูโฉบเฉี่ยวและมีพลังค่ะ
- แบบสายเกา (Korean Style): เน้นความเป็นธรรมชาติ เส้นชั้นตาเรียบเนียนดูละมุนเหมือนแม่ให้มา เหมาะกับลุคใส ๆ ที่ดูไม่ออกว่าทำมาค่ะ
- แบบเส้นขนาน (Parallel): ลักษณะเส้นชั้นตาจะขนานไปกับขอบตาตั้งแต่หัวตาจนถึงหางตา ช่วยให้ตาดูโตและดูอินเตอร์ขึ้นค่ะ
- แบบหัวตาปิด (In-fold): ชั้นตาที่เริ่มจากจุดเล็ก ๆ ที่หัวตาแล้วค่อย ๆ กว้างออกที่หางตา ให้ลุคที่ดูหวานและเป็นธรรมชาติสไตล์สาวเอเชียค่ะ
ทำตาสองชั้น เลือกเทคนิคแบบไหนให้เหมาะสม?
เพราะรูปตาของแต่ละคนมีโจทย์ที่ไม่เหมือนกัน บางคนชั้นตาหนา บางคนไขมันเปลือกตาเยอะ หรือบางคนมีอาการกล้ามเนื้อตาอ่อนแรงร่วมด้วย Dermaster Hospital จึงมีการเลือกใช้เทคนิคทําตา 2 ชั้น ที่หลากหลายเพื่อให้ผลลัพธ์ออกมาดูดีที่สุดค่ะ
1. ทำตาสองชั้นแบบกรีดยาว
เทคนิคทำตาคลาสสิกที่ใช้แก้ปัญหาได้ครอบคลุมที่สุดค่ะ เหมาะมากสำหรับคนที่มีหนังตาเกินเยอะ หรือมีไขมันบริเวณเปลือกตามาก วิธีนี้จะทำการกรีดตั้งแต่หัวตาไปจนถึงหางตา เพื่อตัดผิวหนังและไขมันส่วนเกินออก ทำให้ได้ชั้นตาที่ชัดเจน คมสวย
![]()
2. ทำตาสองชั้นแบบกรีดสั้น
ตอบโจทย์คนรุ่นใหม่ที่ไม่อยากมีแผลยาวค่ะ โดยจะเปิดแผลขนาดเล็กเพียง 5-10 มิลลิเมตร เพื่อนำไขมันบางส่วนออกและสร้างเส้นชั้นตาใหม่ ข้อดีคืออาการบวมน้อยกว่าแบบกรีดยาว แต่วิธีตาสองชั้นนี้จะเหมาะกับคนที่มีหนังตาไม่หย่อนคล้อยมากนักค่ะ
3. ทำตาสองชั้นร่วมกับเปิดหัวตา/หางตา
สำหรับใครที่มีเนื้อหัวตาปิดเยอะ ทำให้ตาดูสั้นหรือดูห่างกัน การทำตาสองชั้นควบคู่กับการเปิดหัวตาจะช่วยให้ตาดูยาวและกลมโตขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ส่วนการเปิดหางตาจะช่วยปรับรูปตาให้ดูเฉี่ยว หรือดูสมส่วนมากขึ้นค่ะ
![]()
4. ตาสองชั้นร่วมกับการย้ายไขมัน
ในกรณีของคนที่มีเบ้าตาลึกหรือตาโหล การทำชั้นตาอย่างเดียวอาจไม่พอค่ะ เทคนิคทำตาสองชั้นนี้จะช่วยนำไขมันจากส่วนอื่นหรือจัดเรียงไขมันเดิมที่มีอยู่มาเติมเต็มบริเวณที่บุ๋มลงไป เพื่อให้เปลือกตาดูอิ่มเอิบและดูอ่อนเยาว์ขึ้นค่ะ
5. ทำตาสองชั้นด้วยเลเซอร์
เป็นการทำตาที่ใช้พลังงานเลเซอร์เข้ามาช่วยในการเปิดแผลหรือจัดระเบียบเนื้อเยื่อ ซึ่งช่วยลดการสูญเสียเลือดในระหว่างทำได้ดี ทำให้รอยช้ำหลังทำน้อยลงและเข้าที่ได้ค่อนข้างไวค่ะ
6. การแก้ไขกล้ามเนื้อตาอ่อนแรง
หากใครที่มีอาการลืมตาไม่ขึ้น ตาดูปรือเหมือนคนง่วงนอนตลอดเวลา การทำชั้นตาปกติอาจไม่ช่วยให้ตาดูสดใสขึ้นได้ จึงต้องใช้เทคนิคการปรับระดับกล้ามเนื้อตา (Ptosis Correction) ร่วมด้วย เพื่อให้ลักษณะของตาเปิดกว้างและดูสดชื่นขึ้นค่ะ
![]()
ใครบ้างที่เหมาะกับการทำตาสองชั้น?
หลายคนอาจสงสัยว่า “หน้าอย่างเราทำแล้วจะสวยไหม?” จริง ๆ แล้วการทำตาสองชั้นสามารถทำได้เกือบทุกคนที่ต้องการปรับเปลี่ยนบุคลิกค่ะ โดยเฉพาะกลุ่มคนที่มีปัญหาเหล่านี้
- คนตาชั้นเดียว: ที่อยากให้ตาดูโตและมีมิติมากขึ้น
- คนที่มีชั้นตาไม่เท่ากัน: ตาเล็กข้างใหญ่ข้าง ทำให้ใบหน้าดูไม่สมมาตร
- คนที่มีปัญหาตาสองชั้นหลบใน: มีชั้นตาอยู่แล้วแต่โดนหนังตาลงมาปิดทับจนมองไม่เห็น
- คนที่มีหนังตาตกตามวัย: หนังตาที่ย้อยลงมาอาจบดบังการมองเห็นและทำให้ดูแก่กว่าวัย
- คนที่ต้องการแก้ตาสองชั้นที่ใหญ่เกินไป (ตาหอยแครง): ปรับลดขนาดชั้นตาให้ดูเล็กลงและเป็นธรรมชาติมากขึ้น
- คนที่แต่งหน้ายาก: ต้องพึ่งพาสติกเกอร์ตาสองชั้นอยู่ตลอดเวลา จนทำให้ผิวหนังเปลือกตาเริ่มยืดหยุ่นเสียไป
นอกจากการทำตาสองชั้นแล้ว อย่าลืมเติมใต้ตาด้วยโปรแกรมฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา ให้หน้าดูเด็ก ตาสวยกลมอ่านต่อเพื่อดูรีวิวและเทคนิคที่คุณไม่ควรพลาด
ควรเตรียมตัวก่อนทำตาสองชั้นอย่างไร?
เพื่อให้ผลลัพธ์การทําตาสองชั้นออกมาดีที่สุด การเตรียมร่างกายให้พร้อมเป็นเรื่องที่ Dermaster ให้ความสำคัญมากค่ะ
- งดวิตามินและอาหารเสริม: อย่างน้อย 2 สัปดาห์ก่อนทำ โดยเฉพาะน้ำมันปลา, วิตามิน E, แปะก๊วย เพราะอาจทำให้เลือดแข็งตัวช้า
- งดยาแก้ปวดกลุ่ม Aspirin หรือ Ibuprofen: เพราะมีผลต่อการไหลของเลือดเช่นกันค่ะ
- แจ้งประวัติสุขภาพ: หากมีโรคประจำตัวหรือแพ้ยาตัวไหน ต้องรีบบอกเราทันทีนะคะ
- งดสูบบุหรี่และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์: ประมาณ 1-2 สัปดาห์ เพื่อให้ร่างกายสมานแผลได้ดีที่สุด
- นอนพักผ่อนให้เพียงพอ: ทำจิตใจให้สบาย ไม่ต้องกังวลค่ะ
ขั้นตอนการทำตาสองชั้น แต่ละเทคนิคเป็นอย่างไร?
การทำตาสองชั้นให้สวยมีขั้นตอนและเทคนิคที่แตกต่างกันไปตามปัญหาของแต่ละบุคคลค่ะ โดยทาง Dermaster จะทำการวิเคราะห์อย่างละเอียดเพื่อให้ได้วิธีที่ตอบโจทย์คุณที่สุด ดังนี้ค่ะ
- เทคนิคกรีดสั้น (แผลเล็ก): เปิดแผลขนาดกะทัดรัดประมาณ 3-5 มม. เพื่อนำไขมันบางส่วนออกก่อนเย็บชั้นตาแบบถาวร ช่วยให้ชั้นตาดูชัดเจน เป็นธรรมชาติ แต่แผลมีขนาดเล็กมากค่ะ
- เทคนิคกรีดยาว: มีขั้นตอนคล้ายกับแบบแผลเล็ก แต่จะเปิดแผลตามแนวยาวของเปลือกตา เพื่อให้จัดการกับไขมันและเนื้อเยื่อส่วนเกินได้ครอบคลุมมากขึ้นค่ะ
- เทคนิคกรีดยาวร่วมกับการตัดหนังตาส่วนเกิน: เป็นการกรีดยาวควบคู่ไปกับการตัดผิวหนังตาที่หย่อนคล้อยออก ซ่อนแผลได้เรียบเนียน เหมาะมากสำหรับผู้ที่มีปัญหาหนังตาตกจนบังชั้นตาเดิมค่ะ
ดูแลตัวเองหลังทำตาสองชั้นอย่างไรให้แผลสวย หายเร็ว
หลังทำตาสองชั้นไปแล้ว การดูแลตัวเองในช่วงแรกคือช่วงเวลานาทีทองที่จะทำให้แผลของคุณสวยและเข้าที่เร็วค่ะ
- ประคบเย็นบ่อย ๆ : ในช่วง 48 ชั่วโมงแรก เพื่อช่วยลดอาการบวมและทำให้สบายผิวบริเวณรอบดวงตา
- นอนหมอนสูง: พยายามหนุนหมอนให้ศีรษะอยู่สูงกว่าระดับหน้าอก เพื่อลดอาการบวมน้ำค่ะ
- รักษาความสะอาดแผล: ใช้สำลีชุบน้ำเกลือเช็ดคราบเลือดหรือสิ่งสกปรกอย่างเบามือตามคำแนะนำ
- เลี่ยงการขยี้ตา: ข้อนี้สำคัญมากนะคะ เพราะอาจทำให้ปมไหมหลุดหรือแผลแยกได้
- งดใส่คอนแทคเลนส์: ในช่วงสัปดาห์แรกแนะนำให้ใส่แว่นไปก่อน เพื่อลดการระคายเคือง
- หลีกเลี่ยงของหมักดองและอาหารทะเล: เพื่อป้องกันอาการแพ้หรือคันบริเวณแผลค่ะ
ทำไมต้องเลือกทำตาสองชั้นที่ Dermaster Hospital? เหตุผลที่คนส่วนใหญ่ไวใจ
![]()
เลือกทําตา2ชั้นที่ไหนดี? หากคุณกำลังมองหาที่ทำตาสองชั้นที่เน้นความเป็นธรรมชาติ Dermaster Hospital คือคำตอบที่หลายคนไว้วางใจด้วยความมุ่งมั่นในการสร้างสรรค์ผลลัพธ์ที่สะท้อนตัวตนของคุณให้ออกมาดีที่สุดภายใต้จุดเด่นที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว
- ออกแบบชั้นตาเฉพาะบุคคล: Dermaster Hospital จะ Customized ออกแบบชั้นตา เฉพาะบุคคล ทุกเคสต้องผ่านการออกแบบเพื่อให้เข้ากับโครงสร้างใบหน้า ระยะห่างระหว่างคิ้ว และรูปตาของแต่ละท่านโดยเฉพาะค่ะ
- การดูแลที่เน้นความเป็นส่วนตัว: มอบประสบการณ์การเข้ารับบริการที่สะดวกสบายและเงียบสงบ พร้อมความเอาใจใส่ในทุกรายละเอียด เพื่อให้คุณรู้สึกผ่อนคลาย ไม่กังวลค่ะ
- แพทย์มากประสบการณ์: ทุกเคสดูแลโดยแพทย์ที่เข้าใจโครงสร้างใบหน้า และมีทักษะในการแก้ปัญหาตาที่ซับซ้อนได้อย่างแม่นยำ
- มั่นใจด้วยรีวิวจากผู้ใช้บริการจริง: มั่นใจได้ด้วยภาพความประทับใจและรีวิวจากคนไข้จริง ที่เห็นผลลัพธ์ชัดเจน ชั้นตาสวย คมชัด ไม่เป็นหอยแครง และใช้ระยะเวลาพักฟื้นน้อย
- เทคนิคที่ทันสมัย: ใช้เทคนิคพิเศษที่ช่วยลดการสูญเสียเลือด ลดอาการบวมช้ำหลังทำ ทำให้แผลหายไว และรอยแผลเป็นจางลงจนแทบมองไม่เห็น
- ห้องผ่าตัดมาตรฐานโรงพยาบาลใหญ่: ที่ Dermaster Hospital มีห้องผ่าตัดที่เน้นความปลอดภัยสูง ด้วยระบบ Positive Pressure Room สามารถรองรับการผ่าตัดศัลยกรรมใบหน้าและส่วนต่าง ๆ ของร่างกายค่ะ
ทำตาสองชั้นคู่ ให้สวยมีเอกลักษณ์ที่ Dermaster Hospital
การตัดสินใจทำตาสองชั้นเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าสำหรับใครที่อยากเสริมความมั่นใจและเปลี่ยนลุคให้ดูสดใสขึ้นค่ะ ไม่ว่าคุณจะมีปัญหาตาเล็ก หนังตาตก หรืออยากมีชั้นตาที่ดูคมชัดสไตล์สายฝอ ที่ Dermaster Hospital เราพร้อมจะเป็นเพื่อนคู่คิดในการออกแบบตาคู่ใหม่ที่ใช่ที่สุดสำหรับคุณ
ด้วยบรรยากาศการรับรองระดับ Hospital และการใส่ใจในทุกรายละเอียดตั้งแต่วันแรกที่ปรึกษาจนถึงวันที่แผลหายดี คุณจึงมั่นใจได้ว่าจะได้รับประสบการณ์ที่น่าประทับใจและผลลัพธ์ที่ตรงใจแน่นอนค่ะ
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม
- Facebook : Dermaster
- Line : @dermaster
- Instagram : @dermasterhospital
- โทร. 02-107-7789
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการทำตาสองชั้น
1. ทำตาสองชั้นราคาเท่าไหร่?
ราคาของการทำตาสองชั้นจะขึ้นอยู่กับเทคนิคที่ใช้และความซับซ้อนของแต่ละเคสค่ะ เช่น เคสที่ต้องแก้ไขกล้ามเนื้อตาอ่อนแรงหรือมีการดูดไขมันออกเยอะ รวมถึงการทําตา 2 ชั้นก็จะมีราคาแตกต่างจากการเย็บจุดทั่วไป แนะนำให้เข้ามาปรึกษาเพื่อให้เราประเมินราคาเพิ่มเติมได้ค่ะ
2. หลังทำตาสองชั้นแล้วจะเห็นรอยแผลหรือไม่?
รอยแผลการทำตาสองชั้นจะถูกซ่อนไว้ในเส้นชั้นตาที่ถูกดีไซน์ไว้ค่ะ เมื่อเวลาผ่านไปแผลจะค่อย ๆ จางลงจนกลมกลืนไปกับผิวหนังปกติ ยิ่งถ้าดูแลแผลตามคำแนะนำอย่างเคร่งครัด รอยแผลจะยิ่งดูเนียนตามากค่ะ
3. ตาสองข้างไม่เท่ากัน สามารถทำตาสองชั้นได้หรือไม่?
ทำได้แน่นอนค่ะ นี่คือหนึ่งในเหตุผลหลักที่คนตัดสินใจทำตาสองชั้น เราจะปรับแต่งชั้นตาทั้งสองข้างให้มีความใกล้เคียงและสมดุลกันมากที่สุด เพื่อแก้ปัญหาหน้าดูไม่เท่ากัน
4. ทำตาสองชั้นเทคนิคไหนดีที่สุด?
ไม่มีเทคนิคทำตาไหนดีที่สุดในเชิงเปรียบเทียบค่ะ มีแต่เทคนิคที่เหมาะสมที่สุดสำหรับรูปตาของคุณ บางคนเหมาะกับกรีดสั้น บางคนเหมาะกับกรีดยาว ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจและการวิเคราะห์โครงสร้างตาเป็นหลักค่ะ
5. นานไหมกว่าชั้นตาจะดูเป็นธรรมชาติ?
ทําตาสองชั้น บวมนานไหม? โดยทั่วไปอาการบวมจากการทำตา 2 ชั้น จะค่อย ๆ ลดลงในช่วง 1-2 สัปดาห์แรก และชั้นตาจะเริ่มเข้าที่ ในช่วง 3-6 เดือนค่ะ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสภาพผิวและการดูแลตัวเองของแต่ละคนด้วยนะคะ