• 02 714 4471
  • 342 Ekamai Rd, Bangkok 10110
  • Mon - Sun: 09:00 - 20:00
  • 02 246 0042
  • 44/1 Asoke-Dindaeng Rd, Bangkok 10310
  • Mon-Sun: 11:00 - 19:00
  • 02 107 7789
  • 18/9 Ratchaphruek Rd, Bangkok 10170
  • -

ยกกระชับหน้าอก

ยกกระชับหน้าอก ศัลยกรรมแก้หน้าอกหย่อนคล้อย

ยกกระชับหน้าอก

การตั้งครรภ์หรือการเปลี่ยนแปลงของน้ำหนักตัวมักทำให้หน้าอกที่เคยเต่งตึงของผู้หญิงหย่อนคล้อยและสูญเสียความยืดหยุ่นได้ค่ะ การผ่าตัดยกกระชับหน้าอกเป็นการแก้ปัญหาโดยศัลยแพทย์จะทำการตัดผิวหนังส่วนเกินบริเวณทรวงอกออกเพื่อคืนทรวดทรงที่ดูดีให้กับหน้าอกอีกครั้ง รวมถึงสามารถทำควบคู่ไปกับการใส่ซิลิโคนเสริมหน้าอกเพื่อเพิ่มความเต็มอิ่มและความเต่งตึง ซึ่งซิลิโคนจะช่วยพยุงและรักษารูปทรงใหม่ของหน้าอกให้กระชับและสวยงามได้ยาวนานยิ่งขึ้นร่วมด้วยค่ะ

Key Takeaways

  • การยกกระชับหน้าอก (Breast Lift) คือการศัลยกรรมผ่าตัดแก้ไขหน้าอกหย่อนยานหรือลดขนาดหน้าอกเพื่อปรับรูปทรงและยกตำแหน่งของหน้าอกให้ดูเต่งตึงขึ้น
  • การยกกระชับหน้าอกมีจุดประสงค์หลักเพื่อแก้ไขปัญหาหน้าอกหย่อนคล้อยหรือสูญเสียความยืดหยุ่น ซึ่งเป็นผลมาจากการตั้งครรภ์ การลดน้ำหนัก หรือความสูงวัย
  • เทคนิคยกกระชับหน้าอกยอดนิยม คือ เทคนิคตัดแบบรอบปานนม การตัดแบบ T กลับหัว การตัดแบบ Lollipop และเทคนิค Soft Touch Breast

การยกกระชับหน้าอกคืออะไร?

การยกกระชับหน้าอก (Breast Lift) หรือที่รู้จักกันในชื่อ Mastopexy คือการศัลยกรรมผ่าตัดแก้ไขหน้าอกหย่อนยานหรือลดขนาดหน้าอกเพื่อปรับรูปทรงและยกตำแหน่งของหน้าอกให้ดูเต่งตึงขึ้น โดยมีจุดประสงค์หลักเพื่อแก้ไขปัญหาหน้าอกหย่อนคล้อยหรือสูญเสียความยืดหยุ่น ซึ่งมักเป็นผลมาจากการตั้งครรภ์ การลดน้ำหนัก หรืออายุที่เพิ่มขึ้นค่ะ

เทคนิคที่ใช้จะขึ้นอยู่กับลักษณะหน้าอกของแต่ละบุคคล ซึ่งอาจประกอบด้วยการตัดผิวหนังส่วนเกินเพื่อดึงให้กระชับ การย้ายหัวนมไปยังตำแหน่งที่เหมาะสม การยกกระชับทรวงอกไม่ใส่ซิลิโคน และการเสริมหน้าอกด้วยซิลิโคนเพื่อเพิ่มความอิ่มและกระชับของหน้าอก อย่างที่ Dermaster Hospital มีเทคนิค Soft-Touch Breast ซึ่งคือการเสริมหน้าอกที่เน้นความนุ่ม สัมผัสเหมือนธรรมชาติ และการเคลื่อนไหวที่สวยงามตามสรีระ

สาเหตุที่หน้าอกหย่อนคล้อย เกิดจากอะไรบ้าง?

หน้าอกหย่อนคล้อยเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้ตามธรรมชาติ โดยเกิดจากการที่ผิวหนังและเอ็นพยุงเต้านมสูญเสียความยืดหยุ่น รวมถึงปัจจัยอื่น ๆ ที่ส่งผลร่วมกัน ได้แก่ 

  • เมื่ออายุมากขึ้น คอลลาเจนและอีลาสตินในผิวลดลง ทำให้ผิวและเนื้อเยื่อพยุงเต้านมหย่อนคล้อย
  • ระหว่างตั้งครรภ์ เต้านมจะขยายใหญ่ขึ้น และหลังคลอดหรือหลังหยุดให้นม ขนาดเต้านมอาจลดลง ทำให้ผิวหนังที่เคยยืดเกิดความหย่อนคล้อย
  • การเพิ่มหรือลดน้ำหนักมาก ๆ ทำให้ผิวหนังถูกยืดและหดซ้ำ ๆ ส่งผลให้สูญเสียความกระชับ
  • รูปร่าง ขนาดเต้านม คุณภาพผิว และความแข็งแรงของเนื้อเยื่อพยุงเต้านมมีส่วนที่ถ่ายทอดทางพันธุกรรม
  • สารในบุหรี่ทำให้คอลลาเจนและอีลาสตินเสื่อมเร็วขึ้น ส่งผลให้ผิวหย่อนคล้อยได้ง่าย
  • การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนในช่วงวัยหมดประจำเดือน ระดับฮอร์โมนเอสโตรเจนที่ลดลงอาจทำให้เนื้อเยื่อเต้านมเปลี่ยนแปลงและสูญเสียความกระชับ

ระดับความหย่อนคล้อยของหน้าอกมีอะไรบ้าง?

ระดับความหย่อนคล้อยของหน้าอก

การประเมินความหย่อนคล้อยของหน้าอกมีความสำคัญในการวางแผนการรักษายกกระชับทรวงอก โดยแบ่งเป็น 4 ระดับ ดังนี้ค่ะ

  • Grade 0 (ปกติ) หัวนมอยู่กึ่งกลางหน้าอกและชี้ไปด้านหน้าไม่มีการหย่อนคล้อย
  • Grade 1 (เล็กน้อย) หน้าอกและหัวนมเริ่มคล้อยลงเล็กน้อยแต่อยู่เหนือรอยพับใต้ราวนม
  • Grade 2 (ปานกลาง) หัวนมอยู่ต่ำกว่ารอยพับใต้ราวนมอย่างเห็นได้ชัดหน้าอกมีความหย่อนคล้อยปานกลาง
  • Grade 3 (รุนแรง) หน้าอกคล้อยลงมากหัวนมอยู่ต่ำกว่ารอยพับใต้ราวนมมากและอาจห้อยใกล้ระดับหน้าท้อง

การจัดระดับนี้ช่วยให้แพทย์สามารถเลือกเทคนิคการผ่าตัดยกกระชับทรวงอกที่เหมาะสม เพื่อให้ได้รูปทรงที่สวยงามตรงตามความต้องการของคนไข้มากที่สุดค่ะ

ขั้นตอนการผ่าตัดยกกระชับหน้าอก

การศัลยกรรมยกกระชับหน้าอกเป็นกระบวนการที่ช่วยกระชับหน้าอกหย่อนคล้อย และยกกระชับหน้าอกให้มีรูปทรงสวยงาม โดยมีขั้นตอนดังนี้

 

  1. ประเมินตรวจขนาดและความหย่อนคล้อยเพื่อวางแผนผ่าตัดที่เหมาะสม
  2. งดอาหารก่อนเริ่มการผ่าตัด 6-8 ชม.
  3. ดมยาสลบ
  4. เปิดแผล ปรับเนื้อเยื่อ ยกเต้านม หัวนม (อาจใส่ซิลิโคนร่วมด้วยตามการวางแผนการรักษา)
  5. ตัดแต่งผิวหนังส่วนเกินให้กระชับและเย็บปิดแผลอย่างประณีต
  6. พันผ้ายืดและใส่ซัพพอร์ตบราเพื่อประคองรูปทรง
  7. ปฏิบัติตามแพทย์สั่ง ทานยา หลีกเลี่ยงกิจกรรมหนักเพื่อลดความเสี่ยง

เทคนิคและตำแหน่งการผ่าตัดยกกระชับหน้าอก

เทคนิคยกกระชับหน้าอก

วิธีผ่าตัดยกกระชับทรวงอกมีหลายเทคนิคให้เลือกใช้ตามระดับความหย่อนคล้อยและผลลัพธ์ที่ต้องการ โดยแต่ละเทคนิคจะมีตำแหน่งแผลและข้อดีข้อจำกัดที่แตกต่างกันค่ะ

  1. เทคนิคการตัดแบบรอบปานนม (Periareolar Mastopexy) เหมาะกับหน้าอกหย่อนคล้อยเล็กน้อย แผลเป็นอยู่รอบปานนม แต่ไม่เหมาะกับการหย่อนคล้อยมาก
  2. เทคนิคการตัดแบบ Lollipop (Vertical Mastopexy) เหมาะกับหน้าอกหย่อนคล้อยปานกลาง แผลเป็นเป็นรูปแท่งอมยิ้ม ให้ผลการยกกระชับที่ดีและจัดทรงได้สวยขึ้น
  3. เทคนิคการตัดแบบ T กลับหัว (Anchor Mastopexy) เหมาะกับหน้าอกหย่อนคล้อยมากที่สุด ให้ผลการยกกระชับและจัดทรงที่ดี แต่มีแผลเป็นรูปตัว T คว่ำที่ชัดเจนกว่าแบบอื่น
  4. เทคนิค Soft Touch Breast ทางเลือกสำหรับผู้ที่ต้องการเพิ่มขนาดและยกกระชับพร้อมกัน เหมาะมากสำหรับคนที่ต้องการหน้าอกแบบเน้นความเป็นธรรมชาติสูง และไม่อยากเสียเวลานวดหน้าอกหลังผ่าตัด เพราะให้สัมผัสนุ่มและเคลื่อนไหวเป็นธรรมชาติสุดๆ ที่คุณหมอออกแบบให้พอดีกับสรีระแต่ละคน ได้ทรงที่สวยเนียน ไม่เป็นบล็อก และไม่ต้องนวดหลังผ่าตัดด้วย

การยกกระชับหน้าอกเหมาะกับใคร?

  1. คุณแม่หลังคลอด หลังตั้งครรภ์ หน้าอกหย่อนคล้อยลง นมยาน หลังให้นมบุตรในระหว่างตั้งครรภ์ หน้าอกมีการขยายตัวเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการให้นม และหลังจากหยุดให้นม หน้าอกอาจไม่กลับสู่รูปทรงเดิม ทำให้เกิดการหย่อนคล้อย
  2. ผู้ที่มีอายุที่มากขึ้น มีปัญหาหน้าอกหย่อนคล้อย  
  3. ผู้หลังการลดน้ำหนักมาก ๆ หรือน้ำหนักลงอย่างรวดเร็ว
  4. ผู้ที่หัวนมอยู่ในตำแหน่งที่ต่ำกว่าปกติ 
  5. ผู้ที่เสริมหน้าอกมาแล้วเป็นเวลานาน 
  6. กรรมมพันธ์ุ
  7. ปัจจัยภายนอก การสูบบุหรี่ หรือการไม่สวมใส่เสื้อชั้นซัพพอร์ตหน้าอกอย่างเพียงพอ ทำให้หน้าอกหย่อนคล้อย

การเตรียมตัวก่อนทำศัลยกรรมยกกระชับหน้าอกและลดขนาดหน้าอก

การเตรียมตัวก่อนยกกระชับหน้าอก

การเตรียมตัวก่อนการผ่าตัดศัลยกรรมยกกระชับหน้าอกและลดขนาดหน้าอกมีความสำคัญต่อผลลัพธ์และการฟื้นตัว โดยควรเตรียมตัวดังนี้

  • งดยารักษาสิววิตามิน A (Isotretinoin) เพื่อให้แผลหายดี
  • ออกกำลังกาย พักผ่อนให้เพียงพอ และตรวจสุขภาพเพื่อเช็กว่าร่างกายพร้อมสำหรับการผ่าตัดหรือไม่
  • รักษาและควบคุมโรคประจำตัว รวมถึงตรวจแมมโมแกรมสำหรับผู้มีความเสี่ยง
  • งดสูบบุหรี่ ดื่มแอลกอฮอลล์ หรืออาหารหมักดอง เพื่อลดโอกาสเกิดผลข้างเคียงอันไม่พึงประสงค์
  • งดยาที่มีผลต่อการแข็งตัวของเลือดอย่างเคร่งครัด

การดูแลตัวเองหลังการผ่าตัดยกกระชับหน้าอก

หลังการผ่าตัดยกกระชับหน้าอกคนไข้ควรปฏิบัติ ดังนี้

  1. สวมชุดชั้นในหรือบราสำหรับหลังผ่าตัดตามคำแนะนำของแพทย์ เพื่อช่วยพยุงเต้านม ลดอาการบวม และช่วยให้รูปทรงเข้าที่ได้ดีขึ้น
  2. พักผ่อนให้เพียงพอ ในช่วง 1–2 สัปดาห์แรก ควรหลีกเลี่ยงกิจกรรมที่ต้องออกแรงมาก และให้ร่างกายมีเวลาฟื้นตัวอย่างเต็มที่
  3. นอนหงายและยกศีรษะให้สูงเล็กน้อย การนอนในท่านี้ช่วยลดอาการบวม ลดแรงกดทับบริเวณแผลผ่าตัด และช่วยให้แผลสมานได้ดี
  4. หลีกเลี่ยงการยกของหนักหรือออกกำลังกายหนัก อย่างน้อย 4–6 สัปดาห์ หรือตามระยะเวลาที่แพทย์แนะนำ เพื่อลดความเสี่ยงที่แผลจะปริหรือเกิดเลือดออก
  5. รับประทานยาตามแพทย์สั่งอย่างเคร่งครัด ทั้งยาแก้ปวด ยาปฏิชีวนะ และยาอื่น ๆ ไม่ควรหยุดยาเองโดยไม่ได้รับคำแนะนำ
  6. ดูแลแผลผ่าตัดให้สะอาดและแห้ง ปฏิบัติตามคำแนะนำในการทำแผลอย่างถูกต้อง และหลีกเลี่ยงการแกะเกาหรือสัมผัสแผลโดยไม่จำเป็น
  7. หลีกเลี่ยงการสูบบุหรี่และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เพราะอาจส่งผลให้แผลหายช้าลง เพิ่มความเสี่ยงต่อการติดเชื้อ และกระทบต่อผลลัพธ์ของการผ่าตัด
  8. รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ โดยเฉพาะอาหารที่มีโปรตีน วิตามินซี และสังกะสี เพื่อช่วยในการซ่อมแซมเนื้อเยื่อและสมานแผล
  9. หลีกเลี่ยงการอาบน้ำหรือแช่น้ำตามข้อจำกัดของแพทย์ จนกว่าแผลจะหายดี เพื่อลดความเสี่ยงต่อการติดเชื้อ
  10. สังเกตอาการผิดปกติ เช่น แผลบวมแดงมากขึ้น มีหนอง เลือดออกไม่หยุด มีไข้ หรือปวดรุนแรงผิดปกติ หากพบอาการเหล่านี้ควรรีบติดต่อแพทย์ทันที
  11. เข้าพบแพทย์ตามนัดทุกครั้ง เพื่อให้แพทย์ติดตามการฟื้นตัว ประเมินการสมานแผล และให้คำแนะนำในการกลับไปใช้ชีวิตประจำวันอย่างเหมาะสม
  12. ดูแลรอยแผลเป็นหลังแผลปิดสนิท สามารถใช้ผลิตภัณฑ์ลดรอยแผลเป็นหรือปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์ รวมถึงหลีกเลี่ยงการให้แผลโดนแสงแดดโดยตรง เพื่อช่วยให้รอยแผลจางลงในระยะยาว

ความเสี่ยงและภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้นหลังเสริมหน้าอกมีอะไรบ้าง?

การผ่าตัดเสริมหน้าอก ยกกระชับหน้าอก หรือการผ่าตัดแก้หน้าอก ล้วนเป็นหัตถการที่มีความปลอดภัยเมื่อดำเนินการโดยศัลยแพทย์และในสถานพยาบาลที่ได้มาตรฐาน อย่างไรก็ตาม ผู้เข้ารับการผ่าตัดควรทราบถึงความเสี่ยงและภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้น ดังนี้

  • อาการบวม ช้ำ และปวดหลังผ่าตัด เป็นอาการที่พบได้ทั่วไปในช่วงแรก และมักค่อย ๆ ดีขึ้นภายในไม่กี่สัปดาห์
  • เลือดออกหรือเกิดก้อนเลือดคั่ง (Hematoma) หากมีเลือดออกมากผิดปกติ อาจจำเป็นต้องได้รับการรักษาหรือผ่าตัดเพิ่มเติม
  • การติดเชื้อ แม้จะพบไม่บ่อย แต่หากเกิดขึ้นอาจต้องได้รับยาปฏิชีวนะ หรือในบางกรณีอาจต้องผ่าตัดรักษาเพิ่มเติม
  • แผลเป็น รอยแผลจะค่อย ๆ จางลงตามระยะเวลา แต่ลักษณะแผลเป็นขึ้นอยู่กับการดูแลหลังผ่าตัด เทคนิคการผ่าตัด และการตอบสนองของร่างกายแต่ละคน
  • ความรู้สึกบริเวณหัวนมหรือเต้านมเปลี่ยนแปลง อาจมีอาการชาหรือไวต่อการสัมผัสมากขึ้น ซึ่งส่วนใหญ่มักดีขึ้นเมื่อเวลาผ่านไป แต่บางรายอาจคงอยู่เป็นเวลานาน

การเลือกศัลยแพทย์ที่มีประสบการณ์ ปฏิบัติตามคำแนะนำก่อนและหลังผ่าตัด รวมถึงเข้าพบแพทย์ตามนัดอย่างสม่ำเสมอ จะช่วยลดโอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อนและเพิ่มโอกาสให้ได้ผลลัพธ์ที่ดี

ยกกระชับหน้าอกต่างกับแก้หน้าอกไหม

แม้ว่าการยกกระชับหน้าอกและการแก้หน้าอกจะเป็นการผ่าตัดบริเวณเต้านมเหมือนกัน แต่ทั้งสองหัตถการมีวัตถุประสงค์และวิธีการรักษาที่แตกต่างกัน ดังนี้

การยกกระชับหน้าอก (Breast Lift)

การยกกระชับหน้าอกเป็นการผ่าตัดเพื่อแก้ไขปัญหาเต้านมหย่อนคล้อย โดยศัลยแพทย์จะปรับตำแหน่งเนื้อเต้านมและหัวนมให้สูงขึ้น พร้อมตัดผิวหนังส่วนเกินออก เพื่อให้หน้าอกกลับมากระชับและได้รูปมากขึ้น เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาเต้านมหย่อนคล้อย นมยาน จากอายุที่เพิ่มขึ้น การตั้งครรภ์ การให้นมบุตร หรือการเปลี่ยนแปลงของน้ำหนักตัว

การแก้หน้าอก (Breast Revision Surgery)

การแก้หน้าอกเป็นการผ่าตัดเพื่อแก้ไขผลลัพธ์จากการผ่าตัดเต้านมครั้งก่อน เช่น หน้าอกผิดรูป หน้าอกแข็งจากพังผืดรัดถุงซิลิโคน ซิลิโคนรั่วหรือแตก ถุงซิลิโคนเคลื่อนตำแหน่ง ขนาดหรือรูปทรงไม่สมดุล หรือผู้เข้ารับการผ่าตัดต้องการเปลี่ยนขนาด เพิ่มหรือลดขนาดหน้าอก และชนิดของซิลิโคนใหม่

สามารถยกกระชับหน้าอกกับเสริมหน้าอกพร้อมกันได้ไหม

สามารถทำการยกกระชับหน้าอกและเสริมหน้าอกพร้อมกันได้ โดยเป็นการผ่าตัดที่ช่วยแก้ปัญหาหน้าอกหย่อนคล้อยควบคู่กับการเพิ่มขนาดและความอิ่มเต็มของเต้านม เหมาะสำหรับผู้ที่มีหน้าอกหย่อนคล้อยหลังการตั้งครรภ์ การให้นมบุตร หรือการลดน้ำหนัก ทั้งนี้ ศัลยแพทย์จะประเมินสภาพเต้านม ความยืดหยุ่นของผิว และความต้องการของแต่ละบุคคล เพื่อวางแผนการผ่าตัดให้เหมาะสมและได้ผลลัพธ์ที่สวยงามและปลอดภัยที่สุด

ทำไมต้องเลือกทำ Breast Lift ที่ Dermaster Hospital

การศัลยกรรมยกกระชับหน้าอก (Breast Lift) เป็นหัตถการทางการแพทย์ที่ช่วยปรับรูปทรงหน้าอกที่หย่อนคล้อยให้กลับมากระชับและได้สัดส่วนที่สวยงาม โดยแพทย์จะเลือกใช้เทคนิคการผ่าตัดที่เหมาะสมกับระดับความหย่อนคล้อยของแต่ละบุคคลค่ะ

ที่ Dermaster Hospital ให้บริการโดยศัลยแพทย์ที่ได้รับการรับรองจากแพทยสภา พร้อมเทคนิค Soft-Touch Breast และดำเนินการในห้องผ่าตัดปลอดเชื้อ พร้อมด้วยวิสัญญีแพทย์ดูแลตลอดการผ่าตัดเพื่อให้คนไข้ไม่รู้สึกเจ็บปวดหรือกังวล นอกจากนี้ยังมีการดูแลหลังผ่าตัดอย่างใกล้ชิดโดยพยาบาลวิชาชีพ รวมถึงใช้เครื่องมือและอุปกรณ์ที่ทันสมัย และมีห้องพักฟื้นที่สะดวกสบายครบครัน ทั้งนี้การปรึกษาแพทย์ก่อนผ่าตัดเป็นสิ่งสำคัญเพื่อการประเมินสุขภาพและวางแผนการรักษาที่เหมาะสมที่สุด

หากใครที่สนใจในการศัลยกรรมหน้าอกกับหมอธีระ หรือหมอบัว สามารถเข้าปรึกษาเพื่อทำการออกแบบและประเมินราคาโดยละเอียด เพื่อให้คุณได้ผลลัพธ์ที่ออกมาตรงตามใจที่สุด

ยกกระชับหน้าอก 01
ยกกระชับหน้าอก 05
ยกกระชับหน้าอก 03
ยกกระชับหน้าอก 04

ยกกระชับหน้าอกราคาเท่าไร?

Dermaster Hospital โปรแกรมยกกระชับหน้าอกราคาเริ่มต้น 100,000 บาท ซึ่งเป็นระดับราคามาตรฐานที่มักพบได้ในโรงพยาบาลศัลยกรรมเสริมหน้าอกชั้นนำ อย่างไรก็ตาม ราคาของโปรแกรมยกกระชับหน้าอกในแต่ละแห่งอาจแตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับปัจจัยต่าง ๆ ดังนี้

  • ระดับความหย่อนคล้อยของหน้าอก
  • เทคนิคการผ่าตัดที่เลือกใช้
  • ทำยกกระชับเพียงอย่างเดียว หรือทำร่วมกับการเสริมหน้าอก
  • ประสบการณ์ของศัลยแพทย์
  • มาตรฐานของโรงพยาบาลและห้องผ่าตัด
  • ค่าแพทย์ วิสัญญีแพทย์ และค่าดูแลหลังผ่าตัด
  • โปรโมชั่นหรือแพ็กเกจของแต่ละโรงพยาบาล

ผลตอบรับจากลูกค้า

ผลลัพธ์ยกกระชับหน้าอกที่ Dermaster Hospital

คุณมะปราง

เสริมหน้าอกมาแล้ว 3 ปี ผลลัพธ์ไม่เปลี่ยนเลยค่ะ นิ่ม ทรงสวย ดูเนียนธรรมชาติมาก มะปรางไว้ใจ Dermaster ค่ะ

ผลลัพธ์ยกกระชับหน้าอกที่ Dermaster Hospital

คุณพลอย 

พลอยเสริมหน้าอกกับ Dermaster มาแล้ว 1 ปีค่ะ ผลลัพธ์ดีมากค่ะ ทรงสวย ไม่แข็ง เคลื่อนไหวตามสรีระเลยค่ะ ขอบคุณทาง Dermaster ที่ดูแลเรื่องหน้าอกของพลอยค่ะ

DISCLAIMER: There’s no guarantee of specific results and that the results can vary (ผลลัพธ์อาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล)

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการยกกระชับหน้าอก

01. ยกกระชับหน้าอกแบบผ่าตัด VS ไม่ผ่าตัดต่างกันอย่างไร?

แบบผ่าตัดจะเปิดแผลตัดผิวหนังส่วนเกินผลลัพธ์ชัดเจนและถาวรกว่าแต่ใช้เวลาฟื้นตัวนานกว่าแบบไม่ผ่าตัดที่จะไม่มีแผล ใช้การกระตุ้นกล้ามเนื้อผลลัพธ์น้อยและอยู่ได้สั้นกว่าค่ะ

02. ศัลยกรรมยกกระชับทรวงอกอยู่ได้นานไหม?

ผลลัพธ์อยู่ได้ประมาณ 5-10 ปี ขึ้นอยู่กับปัจจัยส่วนบุคคล เช่น อายุ น้ำหนัก หรือการดูแลตัวเอง เป็นต้นค่ะ

03. ยกกระชับหน้าอกทำคู่กับเสริมหน้าอกได้ไหม?

ยกกระชับหน้าอกสามารถทำคู่กับเสริมหน้าอกได้ เพื่อแก้ไขทั้งขนาดและรูปทรงไปพร้อมกัน ทำให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีทั้งความอวบอิ่มและความกระชับค่ะ

04. แผลเป็นจากการยกกระชับหน้าอกจะชัดเจนหรือไม่?

การยกกระชับหน้าอกอาจทำให้เกิดแผลเป็น แต่จะถูกซ่อนในตำแหน่งที่มองเห็นน้อย เช่น รอบปานนม หรือตามรอยพับ และจะค่อย ๆ จางลงตามการดูแลรอยแผลเป็น เช่น การนวด การใช้แผ่นหรือเจลซิลิโคน และทาครีมกันแดดหรือใช้เครื่องสำอางช่วยปกปิดค่ะ

05. หลังยกกระชับหน้าอกสามารถออกกำลังกายได้เมื่อไหร่?

เริ่มออกกำลังกายเบา ๆ ได้ประมาณ 4 สัปดาห์หลังผ่าตัดค่ะ แต่ควรงดการออกกำลังกายที่ใช้กล้ามเนื้อหน้าอกอย่างหนักจนกว่าจะฟื้นตัวเต็มที่