• ไทย
    • อังกฤษ
    • อารบิก
    • จีนประยุกต์
  • 02 714 4471
  • 342 Ekamai Rd, Bangkok 10110
  • Mon - Sun: 09:00 - 20:00
  • 02 246 0042
  • 44/1 Asoke-Dindaeng Rd, Bangkok 10310
  • Mon-Sun: 11:00 - 19:00
  • 088 152 4444
  • 16/7 North Sathorn Rd, Silom, Bangkok 10500
  • Mon-Sun: 11:00 - 20:00
  • 02 253 9269
  • 1025 Ploenchit Rd, Lumpini, Bangkok 10330
  • Mon-Sun: 11:00 - 20:00

คุณกำลังเผชิญปัญหาเหล่านี้อยู่หรือไม่?

ผู้ที่ป่วยเป็นไข้หวัด หรือมีภาวะติดเชื้อ
ผู้ป่วยโรคตับอักเสบ เริม งูสวัด
ผู้ป่วยโรคมะเร็ง
ผู้ที่มีปัญหาภูมิแพ้ ลมพิษ หอบหืด
ผู้ป่วยโรคภูมิเพี้ยน SLE รูมาตอยด์ สะเก็ดเงิน
ผู้ที่มีปัญหาเกี่ยวกับระบบไหลเวียนโลหิต
ผู้ที่มีปัญหาแผลเรื้อรัง เช่น แผลเบาหวาน แผลกดทับ
ทั้งหมดนี้สามารถแก้ไขได้ง่ายๆเพียงแค่คุณเลือกใช้ “Oxygen Booster”
โอโซนบำบัด (Oxygen Booster) 6

แนะนำเกี่ยวกับ Oxygen Booster

โอโซนเป็นก๊าซที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติในชั้นบรรยากาศเหนือโลก เกิดจากการที่ก๊าซออกซิเจนรับพลังงานจากรังสียูวีซีจากดวงอาทิตย์ แล้วแตกตัวจัดเรียงโมเลกุลใหม่ จากก๊าซออกซิเจนที่มีอะตอมออกซิเจน 2 อะตอม เป็นก๊าซโอโซนที่มีอะตอมออกซิเจน 3 อะตอม โอโซนเป็นก๊าซที่ไม่เสถียรและไวต่อการทำปฏิกิริยามาก จึงมักทำปฏิกิริยากันเอง แล้วกลับมาเป็นก๊าซออกซิเจนอีกครั้ง นอกจากนี้ เรายังสามารถพบโอโซนได้ในปรากฏการฟ้าผ่า เนื่องจากสายฟ้าทำให้ ก๊าซออกซิเจนแตกตัวแล้วรวมตัวกันใหม่เป็นโอโซน ซึ่งทำให้เราได้กลิ่นโอโซนได้หลังฝนตก และเมื่อเราสูดดมก็จะรู้สึกสดชื่น

การบำบัดด้วย Oxygen Booster (Ozone Therapy) ถูกค้นพบโดยนักเคมีชาวเยอรมันชื่อ Christian Frederick Schonbein เมื่อปี ค.ศ. 1840 โดยเริ่มแรกนั้นมีการใช้โอโซนฆ่าเชื้อและทำความสะอาดห้องผ่าตัด ตลอดจนฆ่าเชื้อโรคในน้ำดื่ม ต่อมาได้มีการนำมาประยุกต์ใช้รักษาผู้ป่วยที่เป็นโรคภูมิแพ้ โดยดึงเลือดของผู้ป่วยออกมาประมาณ 10 cc แล้วใส่ Oxygen Booster ให้กับเลือดแล้วจึงฉีดกลับที่กล้ามเนื้อสะโพก (Auto Vaccine) พบว่าการรักษาได้ผลดี จึงเป็นที่มาของการบำบัดด้วยโอโซนในปัจจุบัน ซึ่งมีวิธีการแตกแขนงออกมามากมายในการนำเอาโอโซนเข้าร่างกายเพื่อการบำบัด
หลักการบำบัดด้วยโอโซน

การบำบัดด้วยโอโซนนั้นใช้ประโยชน์จากลักษณะโครงสร้างที่ไม่เสถียรของตัวโอโซน ซึ่งประกอบไปด้วยโมเลกุลของออกซิเจนจำนวน 3 อะตอม โดยเครื่องกำเนิดโอโซนจะแปลงออกซิเจนบริสุทธิ์ ซึ่งประกอบด้วยโมเลกุลออกซิเจนจำนวน 2 อะตอม จากแหล่งกำเนิดให้กลายเป็นโอโซน เมื่อโมเลกุลของโอโซนผสมกับเลือดจากผู้รับการบำบัดในร่างกาย แล้วโมเลกุลของโอโซนจะเกิดการแตกตัวออกเป็น 2 ส่วน คือ…

  1. O2 (ออกซิเจนบริสุทธิ์) ซึ่งช่วยเพิ่มพลังงานให้กับเซลล์
  2. O (Singlet Oxygen หรือออกซิเจนอะตอมเดี่ยว) ซึ่งไม่เสถียร โดยออกซิเจนโมเลกุลเดี่ยวจะวิ่งไปจับกับโมเลกุลต่างๆ ในเนื้อเยื่อและกระแสโลหิต เกิดปฏิกิริยาออกซิเดชั่น (Oxidative Reaction)

ผลระยะสั้นต่อสุขภาพ…

  • ช่วยให้ระบบการไหลเวียนเลือดดีขึ้น โดยโอโซนช่วยลดการเกาะกลุ่มของเม็ดเลือดแดง ลดความหนืดของเลือด จึงทำเลือดไหลเวียนสะดวก นอกจากนี้ ช่วยให้เม็ดเลือดแดงปล่อยออกซิเจนไปให้เนื้อเยื่อที่ไปเลี้ยงได้เป็นอย่างดี ทำให้ร่างกายได้รับออกซิเจนอย่างทั่วถึง
  • ช่วยกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกัน โดยทำให้เม็ดเลือดขาวแข็งแรง สามารถกำจัดเชื้อแบคทีเรียและไวรัสได้ดีขึ้น ทำให้ผู้ที่ไม่สบายจากการติดเชื้อฟื้นตัวเร็ว
  • ช่วยปรับสมดุลระบบภูมิคุ้มกันที่ไวเกิน จึงช่วยลดอาการภูมิแพ้และโรคออโตอิมมูน
  • ช่วยกระตุ้นการหลั่งโกรทแฟคเตอร์จากเกร็ดเลือด เพื่อช่วยซ่อมแซมร่างกาย และทำให้ดูอ่อนเยาว์
  • สามารถกระตุ้นร่างกายให้แข็งแรง “คล้ายการฉีดวัคซีนสร้างภูมิคุ้มกันให้กับร่างกาย”

ปฏิกิริยาออกซิเดชั่นนั้น ก่อให้เกิดประโยชน์ในการรักษา ดังนี้

  • มีฤทธิ์ในการกำจัดจุลชีพที่ไม่ใช้ออกซิเจน ซึ่งได้แก่ ไวรัสและแบคทีเรียบางชนิด การบำบัดด้วยโอโซนจึงสามารถใช้ในการรักษาโรคที่เกิดจากการติดเชื้อจุลชีพในกลุ่มดังกล่าวได้ เช่น โรคหวัด เริม งูสวัด และไวรัสตับอักเสบ
  • ขับล้างสารพิษตกค้างในร่างกาย โดยช่วยเปลี่ยนสารพิษและของเสียให้เป็นสารที่มีความเฉื่อย และถูกขับออกทางตับและไตโดยไม่เกิดอันตราย Singlet Oxygen หรือออกซิเจนอะตอมเดี่ยวนั้น ยังสามารถจับกับโปรตีนที่ผนังเซลล์ของเชื้อไวรัส และแบคทีเรียที่ล่องลอยอยู่ในกระแสโลหิต ดึงดูดให้เม็ดเลือดขาวมากำจัดเชื้อโรคได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ประโยชน์ของโอโซนบำบัด

  • กระตุ้นการสร้างเม็ดเลือดขาวให้มีปริมาณเพียงพอต่อการปกป้องร่างกาย
    เพิ่มประสิทธิภาพในการกัดกินเชื้อโรคของเม็ดเลือดขาว จากระดับแกมมาอินเตอเฟียรอนที่เพิ่มขึ้น 400 – 900%
  • กระตุ้นการหลั่งอินเตอร์ลิวคินจากลิมโฟไซต์ เพิ่มประสิทธิภาพในการกำจัดเชื้อโรค
  • เพิ่มความยืดหยุ่นของเซลล์เม็ดเลือดขาวและเม็ดเลือดแดง จึงทำให้เซลล์เม็ดเลือดสามารถเคลื่อนตัวผ่านไปยังหลอดเลือดฝอยเล็กๆ ได้เพิ่มขึ้น มีประโยชน์ในการรักษาแผลเรื้อรังจากเบาหวาน และแผลกดทับ
  • เพิ่มการผลิตพลังงานในไมโตคอนเดรีย ช่วยบรรเทาอาการอ่อนเพลีย และเพิ่มสมรรถภาพการออกกำลังกายในกลุ่มนักกีฬา
  • กระตุ้นการสร้างเอนไซม์ที่ช่วยต้านอนุมูลอิสระในร่างกาย ได้แก่ ซุปเปอร์ออกไซด์ดิสมิวเตส คาตาเลสและกลูต้าไธโอนเปอร์ออกซิเดส

โอโซนบำบัดเหมาะกับใคร…

  • ผู้ที่ป่วยเป็นไข้หวัด หรือมีภาวะติดเชื้อ
  • ผู้ป่วยโรคตับอักเสบ เริม งูสวัด
  • ผู้ป่วยโรคมะเร็ง โดยโอโซนอะตอมเดี่ยวจะไปเกาะกับผิวของเซลล์มะเร็ง ทำให้เซลล์มะเร็งถูกกำจัดไปโดยระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย
  • ผู้ที่มีปัญหาภูมิแพ้ ลมพิษ หอบหืด
  • ผู้ป่วยโรคภูมิเพี้ยน SLE รูห์มาตอยด์ สะเก็ดเงิน
  • ผู้ที่มีปัญหาเกี่ยวกับระบบไหลเวียนโลหิต รวมทั้งผู้ป่วยโรคลมปัจจุบัน (Stroke) และผู้ป่วยพาร์คินสันที่เลือดไปเลี้ยงสมองได้ไม่เพียงพอ
  • ผู้ที่มีปัญหาแผลเรื้อรัง เช่น แผลเบาหวาน แผลกดทับในผู้ป่วยที่ต้องนอนนิ่งๆ เป็นเวลานาน โรคที่เกี่ยวกับเชื้อราต่างๆ และอีกมากมาย สนใจสอบถามได้โดยตรง

อุปกรณ์ในการทำโอโซนบำบัดทั้งหมด จะเป็นชุดอุปกรณ์เฉพาะบุคคลและใช้งานเพียงครั้งเดียว โดยไม่มีการนำกลับมาใช้ซ้ำ และดำเนินการโดยเจ้าหน้าที่ผู้มีความชำนาญ จึงมั่นใจได้ว่ากระบวนการรักษามีความสะอาด ปลอดภัย และได้มาตรฐาน

โอโซน มีผลอย่างไรในการบำบัด…

คำถามนี้มักจะถูกถามกันบ่อยๆ เพราะองค์ความรู้นี้ ยังไม่เป็นที่แพร่หลาย สามารถสรุปให้คร่าวๆ ดังนี้…

  • Oxygen Booster กระตุ้นการสร้างเซลเม็ดเลือดขาว ซึ่งเซลเหล่านี้จะช่วยป้องกันร่างกายจากการรุกรานของไวรัส, แบคทีเรีย, เชื้อรา, มะเร็ง ซึ่งถ้าระดับโอโซนต่ำลง เซลเม็ดเลือดขาวจะมีประสิทธิภาพน้อยลงและทำงานผิดปกติ ( อาจก่อให้เกิดโรคภูมิแพ้ ) Ozone จะช่วยให้ระดับของโอโซนในกระแสเลือดสูงขึ้นเป็นเวลานาน และอาจทำให้อาการของโรคภูมิแพ้ลดลงหรือหายได้
  • ทำให้โปรตีนชนิดหนึ่งเพิ่มระดับสูงขึ้น (เป็นโปรตีนชนิดที่จำเป็นต่อระบบภูมิคุ้มกัน) มีผลยับยั้งการแพร่ขยายของไวรัสในร่างกาย
  • Oxygen Booster ช่วยกระตุ้นการสร้างสารเพื่อทำลายเซลมะเร็ง (Tumor Necrosis Factor,TNF) ซึ่งโดยปกติร่างกายจะสร้างเมื่อพบเซลมะเร็ง โดย Ozone จะกระตุ้นการหลั่ง Interluekin-2 (IL-2) ซึ่งเป็นสารชนิดหนึ่งในระบบภูมิคุ้มกันที่ถูกสร้างจาก T-helpers cell ต่างๆ เพื่อที่จะบ่งบอกให้เม็ดเลือดขาวทราบถึงความแตกต่างของเซลปกติกับเซลมะเร็ง
  • Oxygen Boosterสามารถฆ่า แบคทีเรียได้ดี แม้ในความเข้มข้นที่ต่ำ
  • Oxygen Booster มีประสิทธิภาพในการทำลาย Fungi ทุกชนิดเช่น Candida albicans, athlete’s foot, molds, yeasts ฯลฯ
  • นอกจากOxygen Booster จะกำจัดไวรัสได้หลายวิธีตามที่กล่าวข้างต้น ยังสามารถกำจัดไวรัสได้ดีโดยการสัมผัสโดยตรงอีกด้วย
  • Oxygen Booster เป็น Antineoplastic หมายความว่า Ozone จะขัดขวางการแบ่งเซลอย่างรวดเร็วของเนื้อเยื่อ เพราะเซลล์ต้องสร้าง enzyme เพื่อป้องกันตัวเองจาก Ozone ดังนั้นการเจริญของมะเร็งจะถูกขัดขวางด้วย Ozone
  • Oxygen Booster สามารถ oxidizes arterial plaque ที่เกาะในเส้นเลือดได้ดี เหมาะกับผู้ที่ป่วยเป็น Arteriosclerosis และ Arthrosclerosis ซึ่งหมายความว่า • Ozone สามารถลดการอุดตันของเส้นเลือดได้ดีที่เส้นเลือดขนาดใหญ่หรือเส้นเลือดฝอย ทำให้การนำสารอาหารและโอโซน เข้าถึงเซลต่างๆ ได้สะดวก
  • Oxygen Booster เพิ่มความยืดหยุ่นของเซลเม็ดเลือดแดง
  • Oxygen Booster ช่วยเร่ง Citric Acid Cycle ในวัฏจักร Kreb หรือ TCA ในกระบวนการเผาผลาญสารอาหารจำพวก Carbohydrate เพื่อให้พลังงาน
  • Oxygen Booster ทำให้ระบบ enzyme Antioxidant มีประสิทธิภาพมากขึ้น
  • Oxygen Booster สามารถ Degrades petrochemicals ซึ่งสารเคมีเหล่านี้สำคัญมากในระบบภูมิคุ้มกัน

ทำไมต้องเลือกทำ Oxygen Booster กับ Dermaster?

Dermaster มีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญในโอโซนบำบัด ทางหลอดเลือดดำเป็นอย่างดี ซึ่งผู้เข้ารับการรักษาจะถูกสอดเข็มลงบนหลอดดำบริเวณแขน แล้วนำเลือดออกมาปริมาณ 100 – 200 ซีซี คล้ายการบริจาคเลือด โดยเลือดที่ออกมาจะถูกเก็บไว้ในขวดสุญญากาศ ซึ่งเป็นระบบปิดไม่สัมผัสกับอากาศภายนอก หลังจากนั้น เครื่องผลิตโอโซนจะปล่อยโอโซนตามความเข้มข้นที่แพทย์ระบุปริมาณ 100 – 200 ซีซี ไปรวมกลับเลือดในขวด เมื่อเลือดฟอกกับโอโซนจนเลือดเปลี่ยนเป็นสีแดงแล้ว ก็จะถูกปล่อยคืนกลับเข้าสู่ร่างกายดังเดิม ซึ่งเวลาในการทำทั้งหมดประมาณ 30 – 45 นาที

โอโซนบำบัด (Oxygen Booster) 7
โอโซนบำบัด (Oxygen Booster) 8
โอโซนบำบัด (Oxygen Booster) 9
โอโซนบำบัด (Oxygen Booster) 10

ผลลัพธ์ที่ได้และระยะเวลา

การทำโอโซนบำบัด หรือ Oxygen Booster ทางหลอดเลือดดำ ช่วยกระตุ้นร่างกายทำให้ร่างกายแข็งแรงแบบสะสม “คล้ายการออกกำลังกาย” ซึ่งการทำโอโซนบำบัดทางหลอดเลือดดำครั้งแรกๆ อาจจะยังไม่เห็นผลในการรักษาชัดเจน แต่เมื่อทำอย่างต่อเนื่องสม่ำเสมอ ผลการรักษาจะเพิ่มมากขึ้น คล้ายกับการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ ก็จะทำให้ร่างกายแข็งแรง โดยทั่วไปแนะนำทำ 10 ครั้ง ห่างกันสัปดาห์ละ 1 ครั้ง แต่คนที่มีปัญหาสุขภาพแพทย์อาจสั่งให้ทำมากกว่าและถี่กว่านี้ได้ ขึ้นกับดุลยพินิจของแพทย์ หลังจากครบ 10 ครั้งแล้ว แนะนำให้ทำต่อเนื่องเดือนละ 1 ครั้ง ไปเรื่อยๆ หรือทำปีละ 10 ครั้ง เพื่อเป็นการดูแลสุขภาพอย่างต่อเนื่อง มีบางคนคิดกว่าการทำโอโซนบำบัดทางหลอดเลือดดำเป็นการกระตุ้นร่างกายคล้ายการใช้ยา เมื่อหยุดรักษาอาจมีอาการข้างเคียงหรือโรคที่เป็นมากขึ้น เหมือนการหยุดยาระบายแล้วท้องผูกมากขึ้น จริงๆ แล้ว โอโซนบำบัดทางหลอดเลือดดำเป็นการกระตุ้นร่างกายคล้ายการออกกำลังกาย สร้างภูมิต้านทานให้ร่างกายแข็งแรง ดังนั้น การหยุดออกกำลังกายหรือการหยุดการทำโอโซนบำบัดทางหลอดเลือดดำ จึงไม่มีผลทำให้ร่างกายแย่ลงกว่าเดิม

โอโซนบำบัด มีอาการข้างเคียงหรือไม่…

  • การทำโอโซนบำบัดอาจมีอาการเวียนศีรษะเกิดขึ้นหลังทำได้ เนื่องจากบางร่างกายยังไม่เคยชินกับการกระตุ้นด้วยโอโซน ซึ่งอาการจะเกิดขึ้นในช่วงการทำ 1 – 2 ครั้ง และอาการจะค่อยๆ ดีขึ้นเมื่อทำในครั้งถัดไป
  • การเกิดรอยจ้ำเลือดบริเวณที่แทงเข็ม
  • กินมากขึ้นหรือหิวบ่อย เนื่องจากโอโซนกระตุ้นระบบการเผาพลาญในร่างกาย

โอโซนเป็นก๊าซที่อาจก่อให้เกิดอันตรายได้ ถ้าได้รับปริมาณความเข้มข้นสูงระดับหนึ่ง ควรใช้โดยผู้เชี่ยวชาญเท่านั้น อาจก่อให้เกิดอาการต่างๆ ได้ดังนี้…

  • ปอดมีประสิทธิภาพน้อยลง
  • มีปัญหาหอบหืด
  • ระคายเคืองคอ ไอ
  • เจ็บหน้าอกหายใจไม่ออก
  • ปอดอักเสบ
  • ติดเชื้อในระบบทางเดินหายใจ
  • เสียชีวิต

ในการบำบัดด้วย Oxygen Booster นี้ ควบคุมโดยผู้เชี่ยวชาญ ในการควบคุมระดับความเข้มข้น และระยะเวลาที่เหมาะสม เพียงพอเพื่อการบำบัดในแต่ละรายโดยเฉพาะเท่านั้น ดังนั้นจึงมั่นใจได้ว่าไม่มีอาการข้างเคียงใดๆ ในการรักษาอย่างแน่นอน

บทสรุปของโอโซนบำบัด

Oxygen Booster เป็นการปฏิวัติการรักษาทางการแพทย์ และการดูแลรักษาสุขภาพของมนุษยชาติ ในปัจจุบันได้กลายเป็นความจริงและจะถูกนำมาใช้ในโลกวันนี้ ด้วยเจตนาอันแรงกล้าในการยกระดับสุขภาพของมนุษยชาติ จากแพทย์ผู้ชำนาญการ เพื่อสุขภาพของคนนับล้านในโลกให้ดียิ่งขึ้นด้วยการบำบัดนี้

Oxygen Booster คือ modality cleaning ที่มีประสิทธิภาพมากที่สุดในธรรมชาติโอโซนถูกสร้างขึ้นจากแสงuv หรือไฟฟ้าแรงสูงจากฟ้าผ่าโอโซนจะมีประสิทธิภาพสูงมากในการเพิ่มเสถียรภาพของเซลล์ที่มีสุขภาพปกติดีและทำลายเซลที่ผิดปกติ, เซลล์ที่ป่วย, เซลล์ที่ไม่สามารถทำงานได้ปกติซึ่งถือว่าเป็นสิ่งแปลกปลอมในร่างกายเช่นเดียวกับ ไวรัส, แบคทีเรีย, เชื้อรา ฯลฯ เนื่องจากโอโซนเกิดจากการถูกบีบอัดของออกซิเจนจนกลายเป็นโอโซนด้วยพลังงานที่สูงมากๆ โอโซนจึงมีพลังงานในตัวเองสูงมากๆ เช่นกัน ไม่เสถียรพร้อมที่จะทำปฏิกิริยากับสิ่งแปลกปลอมอื่นๆ และสุดท้ายจะอยู่ในรูปของออกซิเจนซึ่งเป็นองค์ประกอบที่สำคัญที่จำเป็นของมนุษย์

โอโซน ควรใช้ในปริมาณที่เหมาะสม เพื่อให้มีประสิทธิภาพสูงสุดต่อการกำจัดจุลินทรีย์ที่รุกราน นับเป็นทางเลือกในการรักษาสำหรับโรคต่างๆ มากมาย และได้ทำการพิสูจน์แล้วว่า เป็นการบำบัดทางการแพทย์ที่ปลอดภัย ควรแนะนำให้ใช้มีผลการรายงานในการรักษาที่ประสบผลสำเร็จมากมายแต่ควรคำนึงถึงความเข้มข้นและปริมาณที่ต้องใช้ที่สำคัญที่สุดคือโอโซนไม่ใช่ยา

…แน่นอนที่สุดยังไม่มีการรายงานผลของผลของการักษาต่อเนื่องด้วยโอโซนในระยะยาว เนื่องจากเริ่มมีแพทย์ผู้ได้ใช้โอโซนในการรักษา และเก็บผลการรักษาได้เพียงทศวรรษเดียวเท่านั้น มีโรคต่างๆ มากมายที่เกิดจากจุลินทรีย์ในความเป็นจริงแล้วโอโซน คือนักล่าจุลินทรีย์ที่ดีที่สุดที่มีอยู่ในปัจจุบัน นอกจากนั้น โอโซนยังกระตุ้นผนังเซลที่ปกติให้สร้าง Superoxide dismutase, catalase, glutathione peroxidase ซึ่งเป็น enzyme เพื่อปกป้องเซลจากการรุกรานของจุลินทรีย์ต่างๆ อีกด้วย

คำเตือน

…ดังที่เคยกล่าวไว้แล้วว่า โอโซนมีทั้งดีและร้าย ดังนั้น การใช้โอนโซนเพื่อการบำบัด ควรอยู่ภายใต้การควบคุมดูแลของผู้เชี่ยวชาญเท่านั้น ไม่ควรทำด้วยตนเอง เพราะอาจเกิดอันตรายถึงแก่ชีวิตได้ ในการใช้ทั่วๆ ไป จะสังเกตว่าไม่มีคำเตือนถึงอันตรายจากการใช้โอโซนกันอย่างจริงจัง และถูกใช้โดยไม่ทราบถึงอันตรายหรือพิษภัย ใช้กันพร่ำเพรื่อในสถานเสริมความงามในบ้านเรือน แม้กระทั่งในรถ โดยผู้ใช้ไม่มีความรู้หรือเชี่ยวชาญเพียงพอที่จะควบคุม ซึ่งจุดนี้เป็นข้อเสียและอันตรายอย่างมาก อาจก่อให้เกิดภาวะความเจ็บป่วย อันเกิดจากการใช้ที่ไม่ระมัดระวังจนถึงแก่ชีวิตได้โดยไม่ตั้งใจ

โอโซนบำบัด (Oxygen Booster) 11

Effect : 1 สัปดาห์

โอโซนบำบัด (Oxygen Booster) 12

How long : 30-45 นาที

โอโซนบำบัด (Oxygen Booster) 13

How often : 1-2 สัปดาห์

โอโซนบำบัด (Oxygen Booster) 14

Down time : ไม่ต้องพักฟื้น

กรณีศึกษา

ผลตอบรับจากลูกค้า

หลิน – มณชต สุวรรณมาศ
หลิน – มณชต สุวรรณมาศ

Coolsculpting คือตัวช่วยสำหรับคนที่ต้องการเผาผลาญส่วนเกินแต่มีเวลาน้อยอย่างหลินค่ะ

พิงกี้ – สาวิกา ไชยเดช
พิงกี้ – สาวิกา ไชยเดช

พิงกี้ไว้ใจ ให้เดอมาสเตอร์ดูแลสุขภาพผิวทั้งภายนอกและจากภายในค่ะ

DISCLAIMER: There’s no guarantee of specific results and that the results can vary (ผลลัพธ์อาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล)

ขั้นตอนในการรักษา

เรามีแพทย์และนักฟิสิกส์ที่ผ่านการรับรองอยู่ตลอดเวลา เพื่อให้การวินิจฉัยตามความต้องการและบริการอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับความงาม
01
Gradation Image
ส่งคำร้องขอ
สามารถส่งเอกสารที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพได้ที่แผนกต้อนรับ
02
Gradation Image
ตรวจสุขภาพ
ทำการตรวจสอบสุขภาพของลูกค้าอย่างละเอียด
03
Gradation Image
ปรึกษาทีมแพทย์
จากผลการตรวจร่างกาย เราจะให้คำปรึกษาในการดำเนินการที่จำเป็น
04
Gradation Image
แผนการรักษา
ผู้ป่วยจะได้รับแผนการรักษาอย่างละเอียด

กำลังมองหาคำแนะนำ และ ราคา?









Add Line@