• 02 714 4471
  • 342 Ekamai Rd, Bangkok 10110
  • Mon - Sun: 09:00 - 20:00
  • 02 246 0042
  • 44/1 Asoke-Dindaeng Rd, Bangkok 10310
  • Mon-Sun: 11:00 - 19:00
  • 02 107 7789
  • 18/9 Ratchaphruek Rd, Bangkok 10170
  • -

ดูดไขมัน พร้อมจัดการปัญหาผิวไม่เรียบ

ดูดไขมันเฉพาะส่วนด้วย VASER ปั้นเอวเอส ขาเรียว กระชับสัดส่วน

ดูดไขมัน

ดูดไขมัน คือ หนึ่งในหัตถการที่ตอบโจทย์การปรับสัดส่วนได้อย่างตรงจุดค่ะ โดยเฉพาะสำหรับผู้ที่พยายามออกกำลังกายและควบคุมอาหารแล้ว แต่สัดส่วนยังไม่กระชับ ขาเบียด แขนใหญ่ พุงหมาน้อยยังคงอยู่ บทความนี้ขออธิบายแนวทางการดูดไขมันที่ออกแบบเฉพาะบุคคล เน้นความเหมาะสมตามสรีระ เพื่อช่วยให้คุณกลับมามั่นใจในรูปร่างได้อีกครั้ง

Key Takeaways

  • Vaser Liposuction คือ เทคโนโลยีที่ใช้คลื่นเสียง (Ultrasound) ในการสลายเซลล์ไขมันก่อนการดูดออก ทำให้การดูดไขมันเป็นไปอย่างนุ่มนวลและลดการกระทบต่อเนื้อเยื่อข้างเคียง เป็นหนึ่งใน เทคนิค Triple Layers ดูดไขมัน 3 ชั้นผิว และเทคนิค Triple D หด ยกกระชับผิว จาก Dermaster Hospital ที่เป็นนิยมในตอนนี้
  • หลังดูดไขมัน จะช่วยให้รูปร่างกระชับ เอวคอด แขนขาเรียวสวยมากขึ้น โดยจะเห็นผลชัดเจนได้ใน 3-6 เดือน แต่หากใช้ เทคนิค Triple Layers With Triple D จะกระชับขึ้นทันทีหลังทำหัตถการ ประมาณ 30%
  • ก่อนตัดสินใจดูดไขมัน ควรพิจารณาถึงความเหมาะสมกับสุขภาพและรูปร่างของคุณเป็นหลัก รวมถึงการเลือกเข้ารับการดูดไขมันในสถานพยาบาลที่มีความพร้อม ทำหัตถการโดยศัลยแพทย์ที่มีใบรับรอง เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีและลดความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น

ทำความรู้จักโปรแกรมดูดไขมัน VASER คืออะไร?

VASER Liposuction คือ เทคโนโลยีดูดไขมันที่ใช้คลื่นเสียงอัลตราซาวนด์ (Ultrasound) ในการส่งพลังงานลงไปที่ชั้นไขมัน ช่วยสลายไขมันให้มีความเหลวขึ้น ก่อนที่จะทำการดูดไขมันเหล่านั้นออกไปจากร่างกาย วิธีนี้ช่วยให้แพทย์สามารถนำไขมันออกได้ง่ายขึ้น และช่วยให้เนื้อเยื่อรอบข้าง เช่น เส้นเลือด เส้นประสาท ได้รับผลกระทบน้อยลงเมื่อเทียบกับการดูดไขมันแบบดั้งเดิมค่ะ

นอกจากนี้ VASER ยังถือเป็น 1 ในเทคนิค Triple Layers ดูดไขมัน 3 ชั้นผิว ของ Dermaster Hospital ซึ่งเป็นนวัตกรรมการดูดไขมัน ที่ช่วยจัดการไขมันสะสมทั้งปริมาณมากๆ และเก็บรายละเอียดในทุกระดับความลึกของชั้นผิว ทำให้ได้สัดส่วนที่เพรียวขึ้นพร้อมกระชับผิวในขั้นตอนเดียว และได้สัดส่วนที่ชัดเจนขึ้นโดยไม่ต้องผ่าตัดใหญ่

ดูดไขมัน VASER มีข้อดีอย่างไร?

VASER เป็นหนึ่งในเครื่องดูดไขมัน ที่ช่วยลดการกระทบต่อเนื้อเยื่อ ทำให้มีอาการบวมช้ำน้อย และช่วยให้ฟื้นตัวได้ไวขึ้น การเลือกใช้เทคโนโลยี Vaser Liposuction ในการดูดไขมันมีข้อดีที่น่าสนใจดังนี้

  • VASER ช่วยสลายไขมันเฉพาะส่วนได้แม่นยำ ไม่ทำลายเนื้อเยื่อและเส้นประสาทรอบข้าง
  • ดูดไขมัน VASER แผลเล็ก ใช้เวลาพักฟื้นน้อย รวมถึงมีอาการบวมช้ำและปวดน้อยกว่าวิธีดั้งเดิม
  • VASER เป็นวิธีดูดไขมันที่มีประสิทธิภาพ เห็นผลการรักษาในครั้งเดียว
  • สามารถทำการดูดไขมัน VASER ได้ในหลายบริเวณของร่างกาย ช่วยให้รูปร่างสมส่วนขึ้น

ตำแหน่งยอดฮิตดูดไขมัน ทำในบริเวณไหนได้บ้าง?

ตำแหน่งดูดไขมัน

เทคนิค Triple Layers ดูดไขมันทั้ง 3 ชั้นผิว ของ Dermaster Hospital คือการดูดไขมันทั้ง 3 ชั้น ได้แก่ ไขมันที่ติดชั้นผิวหนัง ไขมันชั้นกลาง และไขมันลึกที่เกาะกล้ามเนื้อ เพื่อให้ได้รูปร่างเพรียวสวย สมส่วน และในบางเคสสามารถวางแผนดูดไขมันทั้งตัว เพื่อปรับสัดส่วนโดยรวมให้สมดุลมากยิ่งขึ้น โดยตำแหน่งที่คนไข้นิยมมาดูดไขมันกัน มีดังนี้

การดูดไขมันเหนียง

การดูดไขมันเหนียงหรือบริเวณใต้คางจะช่วยให้กรอบหน้าคมชัด ลดเหนียงห้อยย้อย และคางสองชั้นได้ดี หน้าดูมีมิติมากขึ้น

การดูดไขมันต้นแขน

ไขมันที่สะสมบริเวณต้นแขนบางครั้งลดได้ยาก การดูดไขมันต้นแขนจึงเป็นทางเลือกในการลดขนาดของต้นแขนให้ดูเล็กลง และมีความกระชับขึ้น

การดูดไขมันหน้าท้อง

การดูดไขมันหน้าท้องเป็นจุดดูดไขมันยอดนิยม เพราะหน้าท้องเป็นบริเวณที่พบการสะสมไขมันมาก หลังดูดไขมันจะทำให้หน้าท้องแบนขึ้น และช่วยสร้างเอวเอส

การดูดไขมันต้นขา สะโพก และก้น

การดูดไขมันต้นขา สะโพก และก้น ช่วยปรับให้ขาดูเรียวขึ้น สะโพกได้รูปทรง และลดความหนาของสัดส่วนโดยรวมบริเวณช่วงล่างได้เป็นอย่างดี

ดูดไขมันเหมาะกับใครบ้าง?

การดูดไขมัน (Liposuction) คือหัตถการที่เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการปรับรูปร่างและสัดส่วนให้มีความโค้งเว้าที่ชัดเจนขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มบุคคลเหล่านี้ค่ะ

  • เหมาะกับผู้ที่มีไขมันส่วนเกินสะสมอยู่ในบริเวณจุดที่ลดได้ยาก
  • เหมาะกับผู้ที่ออกกำลังกายและควบคุมอาหารอย่างสม่ำเสมอแล้ว แต่สัดส่วนยังไม่ลดลงตามที่ต้องการ
  • เหมาะกับผู้ที่ต้องการเพิ่มความมั่นใจในรูปร่างของตนเอง
  • เหมาะกับผู้ที่มีน้ำหนักตัวอยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน (ค่า BMI) และมีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรง เนื่องจากการดูดไขมันจะเน้นที่การปรับรูปร่าง ไม่สามารถใช้ทดแทนการลดน้ำหนัก
  • เหมาะกับผู้ที่ต้องการปรับหลายจุดของร่างกาย หรือวางแผนดูดไขมันทั้งตัว เพื่อให้สัดส่วนดูสมดุลและเป็นธรรมชาติ

การเตรียมตัวก่อนดูดไขมันต้องทำอย่างไร?

การเตรียมตัวก่อนเข้ารับการดูดไขมัน เป็นขั้นตอนสำคัญที่ช่วยให้หัตถการดำเนินไปอย่างราบรื่นและลดความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น โดยแนะนำให้คุณเตรียมตัวดังนี้

  • เข้ารับการปรึกษาแพทย์อย่างละเอียด เพื่อทำความเข้าใจผลลัพธหลังดูดไขมันและความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องค่ะ
  • หากคุณรับประทานวิตามินหรืออาหารเสริม ควรหยุดรับประทานล่วงหน้าอย่างน้อย 2 สัปดาห์ก่อนดูดไขมัน
  • งดเครื่องดื่มที่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์และงดสูบบุหรี่อย่างน้อย 1-2 สัปดาห์ก่อนวันนัดหมาย
  • เข้ารับการตรวจร่างกายและตรวจค่าแล็บพื้นฐานตามที่แพทย์กำหนดอย่างละเอียดค่ะ

ขั้นตอนการดูดไขมันกระชับสัดส่วนให้หุ่นเพรียวสวย

การดูดไขมัน กระชับสัดส่วน มีขั้นตอนในการทำดังนี้

  • การให้ยาสลบหรือยาชาเฉพาะที่ เพื่อลดความรู้สึกระหว่างดูดไขมันค่ะ
  • เปิดแผลเล็ก ๆ ประมาณ 0.3 เซนติเมตร
  • ฉีดยาที่ช่วยให้ไขมันอ่อนตัวและผสมยาห้ามเลือดลงในบริเวณที่จะดูดไขมัน
  • สอดท่อและดูดไขมันส่วนเกินออกอย่างระมัดระวัง
  • เย็บปิดแผลและใส่ชุดกระชับหลังดูดไขมันค่ะ
  • ใช้เวลาประมาณ 1-3 ชั่วโมง ขึ้นอยู่กับปริมาณไขมันและตำแหน่งที่ดูดไขมัน

ผลข้างเคียงการดูดไขมัน มีอะไรบ้าง? รู้ก่อนตัดสินใจเพื่อความปลอดภัย

แม้การดูดไขมันจะช่วยปรับสัดส่วนได้อย่างมีประสิทธิภาพ แต่ก็อาจมีผลข้างเคียงที่ควรรู้ก่อนตัดสินใจทำ

  • อาการบวม ช้ำ และตึงผิว เป็นอาการที่พบได้ทั่วไปหลังทำ โดยเฉพาะในช่วง 3–5 สัปดาห์แรก ซึ่งจะค่อย ๆ ดีขึ้นเมื่อดูแลตัวเองอย่างเหมาะสม
  • ผิวไม่เรียบหรือเป็นคลื่น อาจเกิดขึ้นได้หากใช้เครื่องดูดไขมันที่ไม่เหมาะสม หรือเทคนิคไม่สอดคล้องกับสรีระ
  • เกิดก้อนแข็งใต้ผิว (Fibrosis) พบได้ในบางราย แต่สามารถลดความเสี่ยงได้ด้วยการใส่ชุดกระชับและนวดตามคำแนะนำ
  • อาการชาหรือความรู้สึกผิวเปลี่ยนแปลง เป็นผลจากการกระทบเส้นประสาทเล็ก ๆ ซึ่งมักจะค่อย ๆ ฟื้นตัวได้เอง
  • ความเสี่ยงในการติดเชื้อ แม้พบได้น้อย แต่ควรเลือกโรงพยาบาลดูดไขมันที่ได้มาตรฐาน และดูแลแผลอย่างถูกต้อง
  • ในกรณีที่มีการดูดไขมันทั้งตัว อาจมีอาการอ่อนเพลียหรือบวมมากกว่าปกติ จึงควรอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์อย่างใกล้ชิด

การดูเเล พักฟื้น หลังดูดไขมันให้ร่างกายฟื้นตัว ลดความเสี่ยงผลข้างเคียง

การดูแลตัวเองหลังดูดไขมัน มีความสำคัญต่อการฟื้นตัวและผลลัพธ์ที่ได้ โดยมีข้อควรปฏิบัติดังนี้

  • มีอาการบวมหลังดูดไขมัน 3-5 สัปดาห์ แต่จะค่อย ๆ ฟื้นตัวจนหายสนิทในช่วง 3-5 เดือน
  • เข้ารับการนวดระบายน้ำเหลือง (Lymphatic Drainage) เพื่อช่วยลดอาการบวมและให้ร่างกายฟื้นตัวได้รวดเร็วยิ่งขึ้นค่ะ
  • ใส่ชุดกระชับตามช่วงเวลาที่แพทย์แนะนำ
  • นวด RF เพิ่มความเนียนกระชับหลังดูดไขมัน
  • สามารถออกกำลังกายเบา ๆ หลังดูดไขมัน 2 สัปดาห์ ส่วนการออกกำลังกายหนักทำได้หลังผ่านไป 1 เดือนค่ะ
  • ติดตามดูแผลและเข้าพบแพทย์ตามนัด

ผลลัพธ์หลังการดูดไขมัน เป็นอย่างไร เห็นผลตอนไหน?

ผลลัพธ์หลังดูดไขมัน ด้วยเทคโนโลยี VASER จะเริ่มเห็นความเปลี่ยนแปลงของสัดส่วนได้ตั้งแต่ประมาณ 3 สัปดาห์หลังดูดไขมัน แล้วจะเห็นผลลัพธ์ชัดเจนในช่วง 3-6 เดือน แต่หากใช้เทคนิค Triple Layers ดูดไขมัน 3 ชั้นผิว คู่กับเทคนิค Triple D (Triple Layers with Triple D) ที่ใช้ทั้งเครื่อง Vaser และ J Plasma จะกระชับขึ้นหลังท ประมาณ 30 % แต่ทั้งนี้จะขึ้นอยู่กับกระบวนการฟื้นตัวและการดูแลตนเองหลังดูดไขมันของแต่ละบุคคลร่วมด้วยค่ะ

ผลลัพธ์ดูดไขมันเหนียง

ดูดไขมันเหนียง

ผลลัพธ์ต้นเเขน

ดูดไขมันต้นแขน

ผลลัพธ์หน้าท้อง

ดูดไขมันหน้าท้อง

ผลลัพธ์บริเวณ สะโพก ต้นขา และน่อง

ดูดไขมันขา

ทำไมต้องเลือกดูดไขมันที่ Dermaster Hostpital มีจุดเด่นอะไรบ้าง?

Dermaster Hospital เป็นโรงพยาบาลดูดไขมัน ที่มุ่งมั่นในการให้บริการด้วยมาตรฐานความปลอดภัยสูง และออกแบบผลลัพธ์ให้เหมาะกับแต่ละบุคคล เพื่อสร้างความพึงพอใจสูงสุดให้กับคุณด้วยจุดเด่นเหล่านี้

  • ใช้เครื่อง Vaser รุ่นล่าสุด ซึ่งเป็นเครื่องดูดไขมัน ที่ได้มาตรฐาน และใช้เทคนิค Triple Layers ดูดไขมัน 3 ชั้นผิวที่เป็นเทคนิคเฉพาะของ Dermaster Hospital
  • ดูดไขมันโดยศัลยแพทย์ทุกเคสค่ะ
  • ทำการดูดไขมันในห้องผ่าตัดปลอดเชื้อที่ได้มาตรฐาน
  • มีวิสัญญีแพทย์ดูแลอย่างใกล้ชิดตลอดการดูดไขมัน
  • มีพยาบาลวิชาชีพช่วยดูแลหลังทำหัตถการค่ะ
  • มีเทคนิคดูดไขมันที่ช่วยให้ผิวเรียบเนียน ไม่เป็นคลื่น
  • สามารถดูดไขมันได้ในปริมาณที่เหมาะสม สัดส่วนลดลงตั้งแต่ครั้งแรก
ดูดไขมันที่ 1
ดูดไขมันที่ 2
ดูดไขมันที่ 3
ดูดไขมันที่ 4
ดูดไขมันที่ 5
ดูดไขมันที่ 6

เทคนิคเฉพาะที่ Dermaster เท่านั้น

โปรแกรมดูดไขมัน แต่ละจุดเริ่มต้นเท่าไหร่?

ราคาดูดไขมันจะขึ้นอยู่กับตำแหน่งที่ดูดไขมัน จำนวนจุดที่ดูดไขมัน และเครื่องมือ ซึ่งเครื่องมือที่ให้บริการคือ Vaser BodyTite และ J Plasma มีรายละเอียดเพิ่มเติมดังนี้

  • ดูดไขมันต้นแขน ราคาเริ่มต้น 39,000 – 51,900 บาท
  • ดูดไขมันหน้าอก ราคาเริ่มต้น 19,900 – 25,900 บาท
  • ดูดไขมันหน้าท้อง ราคาเริ่มต้น 39,000 – 51,900 บาท
  • ดูดไขมันต้นขา ราคาเริ่มต้น 79,000 – 103,900 บาท
  • ดูดไขมันสะโพก ราคาเริ่มต้น 19,900 – 25,900 บาท
  • ดูดไขมันแผ่นหลัง ราคาเริ่มต้น 39,000 – 51,900 บาท
  • ดูดไขมัน Sexy Line ราคาเริ่มต้น 99,000 – 129,000 บาท
  • ดูดไขมัน Six Pack ราคาเริ่มต้น 129,000 – 159,000 บาท
  • ดูดไขมันทั้งตัว ราคาเริ่มต้น 149,000 – 180,000 บาท

สามารถดูราคาเพิ่มเติมได้ที่ ราคาดูดไขมัน

ผลตอบรับจากลูกค้า

ผลตอบรับจากลูกค้า
ผลตอบรับจากลูกค้า

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการดูดไขมัน

01. ทำไมต้องใส่ชุดกระชับหลังดูดไขมันทันที?

ชุดกระชับช่วยให้ผิวแนบเข้ากับสรีระ ช่วยพยุงเนื้อเยื่อให้เข้าที่เร็ว ลดบวม และลดโอกาสเกิดรอยย่นหรือรอยคลื่นหลังดูดไขมัน หากไม่ใส่ ผิวอาจไม่เรียบเนียนเท่าที่ควรได้ค่ะ

02. ดูดไขมันแล้ว ไขมันจะกลับมาอีกไหม?

ผลลัพธ์หลังดูดไขมันมักไม่ถาวร หากหลังทำไม่ควบคุมอาหาร ยังทานเยอะ กินจุบจิบ หรือทานของทอด ของมัน ของหวานเป็นประจำ จะทำให้ไขมันกลับมาสะสมได้อีกค่ะ

03. ดูดไขมัน ช่วยลดเซลลูไลท์ได้ไหม?

การดูดไขมัน เป็นหัตถการที่เน้นการนำไขมันส่วนเกินออกเพื่อปรับสัดส่วน ไม่ได้เป็นการรักษาเซลลูไลท์โดยตรงค่ะ หากต้องการลดเซลลูไลท์ ควรทำควบคู่ไปกับการรักษาอื่น ๆ เช่น การนวดด้วยเครื่อง RF เป็นต้น

04. ดูดไขมันเเล้วผิวจะเป็นคลื่นไหม?

อาจมีโอกาสที่ผิวจะเป็นคลื่นหลังดูดไขมันได้ หากแพทย์ขาดความเข้าใจในการใช้เทคนิคหรืออุปกรณ์ดูดไขมันที่ไม่เหมาะสมกับสรีระของคุณค่ะ

05. การรักษาที่ทำพร้อมกับดูดไขมันได้มีอะไรบ้าง?

บางกรณีการดูดไขมันเพียงอย่างเดียวอาจแก้ปัญหาได้ไม่ครบถ้วน สามารถทำคู่กับโปรแกรมเจพลาสมา เพื่อช่วยให้ผิวมีความกระชับมากขึ้นค่ะ

References