ดูดไขมันเหนียง ลดไขมันใต้คาง ช่วยให้กรอบหน้าเรียวชัด
เหนียงหรือคางสองชั้นอาจทำให้หลายคนรู้สึกขาดความมั่นใจ โดยเฉพาะตอนถ่ายรูปหรือมองหน้าตรง จึงทำให้การดูดไขมันเหนียงกลายเป็นวิธีที่ได้รับความสนใจเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ค่ะ การปรับรูปหน้าให้ดูชัดขึ้นด้วยการดูดไขมันเหนียงเหมาะทั้งกับทั้งผู้หญิงและผู้ชาย เพราะช่วยให้ใบหน้าดูเรียวขึ้นได้
หลายคนที่เคยลองควบคุมน้ำหนักหรือออกกำลังกายอาจยังเห็นเหนียงใต้คางชัดอยู่ จึงเลือกใช้การดูดไขมันเหนียง เพื่อช่วยลดส่วนเกินเฉพาะจุดร่วมกับเทคนิคอย่างดูดไขมันกรอบหน้า เน้นสัดส่วนโครงหน้าให้คมชัดมากขึ้น นอกจากนี้ การจะดูดไขมันเหนียงนั้น ราคาก็เป็นอีกปัจจัยที่ควรให้ความสำคัญ Dermaster Hospital พร้อมอธิบายให้ชัดเจนทุกขั้นตอนเพื่อให้คุณตัดสินใจได้อย่างมั่นใจมากขึ้นค่ะ
Key Takeaways
- ดูดไขมันเหนียง คือ หัตถการช่วยกำจัดไขมันดื้อด้านใต้คางที่ลดเองได้ยาก ช่วยปรับรูปหน้าให้เรียวสวยและกรอบหน้าคมชัดขึ้นหลังทำ
- หัตถการดูดไขมันเหนียงทิ้งรอยแผลที่ขนาดเล็กมาก เจ็บน้อย และใช้เวลาพักฟื้นสั้นเพียง 1-3 วันก็กลับไปใช้ชีวิตได้ตามปกติ
- ผลลัพธ์หลังทำสามารถอยู่ได้ยาวนาน เพราะเป็นการนำเซลล์ไขมันออกไปโดยตรง หากดูแลตัวเองไม่ให้น้ำหนักเกินเกณฑ์ ไขมันจะไม่กลับมาสะสมใหม่
ดูดไขมันเหนียงคืออะไร?
การดูดไขมันเหนียง (Double Chin Liposuction) คือหัตถการทางการแพทย์ที่ออกแบบมาเพื่อกำจัดไขมันส่วนเกินบริเวณใต้คางและลำคอโดยเฉพาะ ซึ่งถือเป็นรูปแบบหนึ่งของการศัลยกรรมดูดไขมัน เพื่อปรับรูปร่างและกรอบหน้าให้มีความคมชัดยิ่งขึ้น การดูดไขมันเหนียงเป็นวิธีได้รับความนิยมอย่างมาก เนื่องจากเห็นผลลัพธ์การเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจน โดยแพทย์จะทำการเปิดแผลขนาดเล็กเพื่อสอดอุปกรณ์เข้าไปสลายไขมันและดูดส่วนเกินออกมาค่ะ
สาเหตุของการเกิดเหนียงหรือคางสองชั้นนั้นมาจากหลายปัจจัยประกอบกัน ไม่ว่าจะเป็นการสะสมของไขมัน ความหย่อนคล้อยของผิวหนังตามอายุ หรือโครงสร้างรูปหน้าที่สั้น ซึ่งการดูดไขมันเหนียงจะแก้ไขที่ต้นเหตุด้วยการนำเซลล์ไขมันส่วนเกินออกไป ช่วยให้ผิวหนังบริเวณใต้คางกลับมากระชับเข้ารูป ใบหน้าดูเรียวสวยและมีมิติยิ่งขึ้นค่ะ การดูดไขมันเหนียงจึงเป็นวิธีที่ตอบโจทย์ผู้ที่ต้องการลดไขมันเฉพาะจุดที่ลดยากให้หายไปได้อย่างรวดเร็ว
ดูดไขมันเหนียงมีข้อดีกว่าที่คิด!
การดูดไขมันเหนียงเป็นอีกหนึ่งวิธีที่ช่วยให้ใบหน้าดูเรียวขึ้นอย่างเห็นผล เหมาะสำหรับคนที่ต้องการลดส่วนเกินใต้คางแบบเฉพาะจุด นอกจากช่วยปรับรูปหน้าแล้ว การดูดไขมันเหนียงยังมีข้อดีหลายอย่างที่ทำให้หลายคนเลือกทำมากขึ้นดังนี้ค่ะ
- ช่วยแก้ปัญหาไขมันสะสมเฉพาะจุดได้ตรงเป้าหมาย เพราะการดูดไขมันเหนียงจะเข้าไปจัดการเซลล์ไขมันบริเวณใต้คางที่ลดยากให้หายไป
- เห็นความเปลี่ยนแปลงของกรอบหน้าที่ชัดเจนขึ้นหลังทำ และเมื่อยุบบวมเต็มที่ใบหน้าจะดูเรียวเล็กลงอย่างเห็นได้ชัดค่ะ
- ผลลัพธ์อยู่ได้ยาวนาน การดูดไขมันใต้คางหรือดูดไขมันเหนียงเป็นการนำเซลล์ไขมันออกไป หากควบคุมน้ำหนักดีไขมันจะไม่กลับมาสะสมเพิ่ม
- แผลมีขนาดเล็กและซ่อนอยู่ในจุดที่สังเกตเห็นได้ยาก ทำให้ไม่ต้องกังวลเรื่องรอยแผลเป็นค่ะ
- ใช้เวลาพักฟื้นน้อย สามารถกลับไปทำงานหรือใช้ชีวิตได้ตามปกติ
- คุ้มค่าเมื่อเทียบกับผลลัพธ์ เพราะการทำหัตถการลดเหนียงใต้คางมีราคาเข้าถึงง่ายขึ้นในปัจจุบันและให้ผลลัพธ์ที่ตอบโจทย์ความงามได้ดี
ดูดไขมันเหนียงเหมาะกับใครบ้าง?
ก่อนตัดสินใจทำหัตถการควรประเมินความพร้อมของร่างกายร่วมกับแพทย์ก่อน เพราะการดูดไขมันเหนียงอาจไม่ได้ตอบโจทย์ปัญหาของทุกคนค่ะ เพื่อให้มั่นใจว่าหัตถการนี้เป็นทางเลือกที่ใช่สำหรับคุณหรือไม่ อ่านสรุปเกณฑ์การประเมินเบื้องต้นดังนี้เลย
ดูดไขมันเหนียงเหมาะกับใคร
- ผู้ที่มีไขมันสะสมบริเวณใต้คางปริมาณมาก หรือมีคางสองชั้นที่บดบังกรอบหน้าจนดูไม่มีมิติ
- ผู้ที่ต้องการปรับรูปหน้าให้ดูเรียวและมีกรอบหน้าที่คมชัด (Jawline) ด้วยการดูดไขมันเหนียง
- ผู้ที่พยายามลดน้ำหนักแล้วแต่ไขมันใต้คางไม่ยอมลดลง การดูดเหนียง จะช่วยกำจัดส่วนเกินบริเวณนี้ได้ตรงจุด
- ผู้ที่มีความยืดหยุ่นของผิวหนังดี เพื่อให้ผิวสามารถหดกระชับเข้าที่ได้สวยและเรียบเนียนหลังทำ ดูดไขมันเหนียง
- ผู้ที่ต้องการแก้ปัญหาไขมันส่วนเกินหลายจุดไปพร้อมกัน โดยอาจทำร่วมกับหัตถการดูดไขมันหน้าท้องหรือ ดูดไขมันต้นแขนเพื่อปรับรูปร่างทั้งตัวในคราวเดียว
ดูดไขมันเหนียงไม่เหมาะกับใคร
- ผู้ที่มีปัญหาผิวหนังหย่อนคล้อยมากจากอายุที่เพิ่มขึ้น โดยไม่มีชั้นไขมันสะสม เพราะการดูดไขมันเหนียงจะไม่ช่วยแก้เรื่องความเหี่ยวย่น ซึ่งกรณีนี้แพทย์อาจแนะนำให้ดึงหน้าแทน
- ผู้ที่มีน้ำหนักตัวเกินเกณฑ์มาก ๆ ควรลดน้ำหนักด้วยวิธีอื่นก่อนพิจารณาทำ
- ผู้ที่มีโรคประจำตัวเกี่ยวกับระบบเลือด หรือภาวะการแข็งตัวของเลือดผิดปกติ ซึ่งอาจส่งผลต่อขั้นตอนการรักษาโดยแพทย์
การเตรียมตัวก่อนดูดไขมันเหนียง
การเตรียมร่างกายให้พร้อมก่อนดูดไขมันเหนียง เป็นเรื่องสำคัญที่จะช่วยให้การรักษาโดยแพทย์เป็นไปอย่างราบรื่นและลดโอกาสเกิดผลข้างเคียงต่าง ๆ แนะนำให้ปฏิบัติตามคำแนะนำในการเตรียมตัวก่อนมาดูดไขมันเหนียงดังนี้ค่ะ
- แจ้งประวัติการแพ้ยา โรคประจำตัว หรือยาที่ทานเป็นประจำให้แพทย์ทราบอย่างละเอียด
- งดยาและอาหารเสริมที่ส่งผลต่อการแข็งตัวของเลือด เช่น แอสไพริน (Aspirin), วิตามินอี, น้ำมันตับปลา และสมุนไพรต่าง ๆ อย่างน้อย 2 สัปดาห์ก่อนดูดไขมันเหนียงค่ะ
- งดสูบบุหรี่และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์อย่างน้อย 2 สัปดาห์ เพื่อลดความเสี่ยงในการเกิดผลข้างเคียงอันไม่พึงประสงค์
- พักผ่อนให้เพียงพออย่างน้อย 8 ชั่วโมงในคืนก่อนทำ เพื่อให้ร่างกายแข็งแรงพร้อมสำหรับการดูดไขมันเหนียง
- งดน้ำและอาหารล่วงหน้าตามคำแนะนำของแพทย์ค่ะ
- ในวันที่นัดหมายดูดไขมันเหนียง ควรสวมเสื้อผ้าทรงหลวมหรือเสื้อที่มีกระดุมหน้า เพื่อความสะดวกในการเปลี่ยนชุดและป้องกันคราบเลอะจากน้ำเกลือหลังทำ
- งดแต่งหน้า ทาครีม และงดใส่เครื่องประดับทุกชนิดในวันที่มาทำหัตถการ
- วางแผนการเดินทาง ควรพาญาติหรือเพื่อนมาด้วยเพื่อช่วยดูแลขากลับ จะช่วยให้อุ่นใจกว่าการขับรถกลับเอง
ขั้นตอนการดูดไขมันเหนียง แก้ปัญหาเหนียงที่คอ
ที่ Dermaster Hospital มีเทคนิค Triple Layers ดูดไขมันทั้ง 3 ชั้นผิว และเทคนิค Triple D หด ยกกระชับผิวที่เป็นเทคนิคเฉพาะ โดยการทำหัตถการดูดไขมันเหนียงจะดำเนินการและดูแลโดยแพทย์ในทุกขั้นตอน เพื่อปรับรูปหน้าของคุณให้ดูดีขึ้นตามขั้นกระบวนการดังนี้ค่ะ
- การปรึกษาและออกแบบ แพทย์จะทำการประเมินโครงสร้างใบหน้าและปริมาณไขมันสะสมอย่างละเอียด จากนั้นจะวาดจุด เพื่อกำหนดตำแหน่งในการดูดไขมันเหนียง และ ดูดไขมันกรอบหน้าให้แม่นยำ เพื่อให้ผลลัพธ์ออกมาสมดุลที่สุด
- การเตรียมความพร้อม เจ้าหน้าที่จะทำความสะอาดบริเวณที่จะทำหัตถการ จากนั้นวางยาสลบโดยวิสัญญีแพทย์ และดูแลตลอดการผ่าตัดอย่างใกล้ชิด ช่วยให้คนไข้ไม่รู้สึกเจ็บระหว่างขั้นตอนการดูดไขมันเหนียงค่ะ
- ขั้นตอนการดูดไขมัน แพทย์จะเปิดแผลขนาดเล็กเท่ารูเข็ม แล้วสอดอุปกรณ์เข้าไปสลายเซลล์ไขมันให้แตกตัวและทำการดูดไขมันเหนียงออกมาอย่างนุ่มนวล โดยเน้นการเก็บรายละเอียด ดูดไขมันปริมาณมาก และเก็บละเอียดแม่นยำทั้ง 3 ชั้นผิว เพื่อให้ผิวเรียบเนียน ลดปัญหาผิวเป็นคลื่น หรือผิวเปลือกส้ม (Cellulite)
- การดูแลหลังทำ เมื่อเสร็จสิ้นขั้นตอน แพทย์จะเย็บปิดแผลและทำความสะอาดอีกครั้ง พร้อมทั้งให้คำแนะนำในการดูแลตัวเองและการสวมผ้ารัดหน้าหลังดูดไขมันเหนียงอย่างใกล้ชิด เพื่อให้แผลหายไวและทรงสวยเข้าที่ค่ะ
การดูเเลตัวเองหลังจากดูดไขมันเหนียง
ช่วงฟื้นตัวหลังดูดไขมันเหนียงเป็นช่วงสำคัญที่สำคัญอย่างมาก เพราะจะช่วยให้รูปหน้าเข้าที่เร็ว ลดโอกาสบวมและรอยช้ำ โดยวิธีการดูแลตัวเองหลังดูดไขมันเหนียง ได้แก่
- สวมใส่ผ้ารัดหน้า ควรใส่ผ้ารัดหน้าตลอด 24 ชั่วโมงในช่วง 3-5 วันแรกหลังดูดไขมันเหนียง และหลังจากนั้นให้ใส่เฉพาะเวลานอนต่ออีกประมาณ 1 เดือน เพื่อช่วยกดทับให้ผิวหนังกระชับแนบสนิทกับเนื้อเยื่อด้านในค่ะ
- ดูแลแผลให้แห้งและสะอาด ระมัดระวังไม่ให้แผลโดนน้ำในช่วง 24-48 ชั่วโมงแรกหลังดูดไขมันเหนียง หลังจากนั้นสามารถทำความสะอาดแผลเบา ๆ ด้วยน้ำเกลือ และทายาตามที่แพทย์สั่ง
- หลีกเลี่ยงอาหารบางประเภท ควรงดอาหารรสจัด ของหมักดอง และอาหารทะเลในช่วง 2 สัปดาห์แรก เพราะโซเดียมจะทำให้ร่างกายบวมน้ำ ส่งผลให้อาการบวมหลังดูดไขมันเหนียงยุบช้าลงได้ค่ะ
- การพักผ่อนและท่านอน แนะนำให้นอนหนุนหมอนสูงหรือนอนศีรษะสูงในช่วง 3-7 วันแรก เพื่อช่วยลดอาการบวมบริเวณที่ทำการดูดไขมันกรอบหน้า และดูดไขมันเหนียง
- งดแอลกอฮอล์และบุหรี่ ควรงดเว้นอย่างน้อย 2-4 สัปดาห์ เพราะสารในบุหรี่และแอลกอฮอล์จะขัดขวางกระบวนการซ่อมแซมตัวเองของร่างกาย ทำให้แผลจากการดูดไขมันเหนียงหายช้าและอาจเสี่ยงต่อการติดเชื้อ
- รับประทานยาและดื่มน้ำ ทานยาตามแพทย์สั่งให้ครบถ้วน และดื่มน้ำเปล่าให้เพียงพอเพื่อช่วยขับยาชาและของเสียออกจากร่างกาย จะช่วยให้ร่างกายฟื้นตัวจากการดูดไขมันเหนียงได้เร็วยิ่งขึ้น
ดูดไขมันเหนียงมีผลข้างเคียงอะไรไหม?
ถึงแม้การดูดไขมันเหนียงจะเป็นหัตถการที่ช่วยปรับรูปหน้าได้ชัดเจนและฟื้นตัวไว แต่ก็ยังมีผลข้างเคียงที่ควรรู้ไว้เพื่อเตรียมตัวและลดความเสี่ยงค่ะ โดยผลข้างเคียงที่อาจจะเกิดขึ้นหลังดูดไขมันเหนียง เช่น
1. อาการบวมและรอยช้ำ
อาการบวมและรอยช้ำเป็นอาการปกติที่เกิดขึ้นได้กับทุกคนหลังจากดูดไขมันเหนียง เนื่องจากเนื้อเยื่อใต้ผิวหนังได้รับผลกระทบจากการเครื่องมือค่ะ อาการบวมมักจะเห็นชัดที่สุดในช่วง 3-4 วันแรก และจะค่อย ๆ ยุบตัวลงเรื่อย ๆ จนเข้าที่สวยงามภายใน 2-4 สัปดาห์ ซึ่งการประคบเย็นและการใส่ผ้ารัดหน้าตามคำแนะนำแพทย์จะช่วยบรรเทาอาการนี้ได้ดีมาก
2. อาการชาบริเวณผิวหนัง
คนไข้บางรายอาจรู้สึกชา หรือมีความรู้สึกรับสัมผัสบริเวณใต้คางลดลงชั่วคราวหลังการดูดเหนียง ซึ่งสาเหตุเกิดจากการที่เส้นประสาทฝอยเล็ก ๆ บริเวณนั้นถูกรบกวนระหว่างทำหัตถการ แต่อาการนี้ไม่ได้น่ากังวลและจะค่อย ๆ ฟื้นตัวกลับมาเป็นปกติได้เองเมื่อเวลาผ่านไปโดยไม่ต้องทำการรักษาเพิ่มเติมค่ะ
3. ก้อนไตแข็ง
ในช่วงระยะการพักฟื้น ร่างกายจะสร้างพังผืดขึ้นมาสมานแผลภายใน ทำให้ผิวหนังบริเวณที่ทำดูดไขมันเหนียงรู้สึกแข็งเป็นก้อนหรือเป็นไต ๆ เมื่อสัมผัส ซึ่งถือเป็นกระบวนการปกติของร่างกายค่ะ อาการนี้สามารถแก้ไขได้ด้วยการนวดกระชับ หรือการนวดด้วยตัวเองอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้ผิวนิ่มลงและกลับมาเรียบเนียนขึ้น
4. ผิวหนังเป็นคลื่นหรือรอยบุ๋ม
ในกรณีที่แพทย์ผู้ทำขาดประสบการณ์ในการเกลี่ยผิว อาจทำให้การดูดไขมันออกไม่สม่ำเสมอ ส่งผลให้ผิวหนังหลังดูดไขมันเหนียงเป็นลอนคลื่นหรือรอยบุ๋มได้ แต่ที่ Dermaster Hospital มีเทคนิค Triple Layers ดูดไขมันทั้ง 3 ชั้นผิว และเทคนิค Triple D หด ยกกระชับผิว ดำเนินการโดยแพทย์ที่มีความละเอียดประณีตสูง ทำให้ผลลัพธ์ออกมาเรียบเนียนและไม่เกิดปัญหาผิวเป็นคลื่นหรือเป็นรอยบุ๋มค่ะ
5. ความเสี่ยงในการติดเชื้อ
ถึงแม้จะพบได้น้อยมาก แต่ถ้าการดูแลแผลหลังทำไม่สะอาด หรือเลือกทำในสถานพยาบาลที่ไม่ได้มาตรฐาน ก็อาจเกิดการติดเชื้อบริเวณแผลผ่าตัดดูดไขมันเหนียงได้ค่ะ ดังนั้น การเลือกสถานพยาบาลที่มีระบบห้องผ่าตัดปลอดเชื้อและการดูแลแผลอย่างถูกวิธีจึงเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยป้องกันปัญหานี้
ทางเลือกการรักษาอื่น ๆ สำหรับคนไม่พร้อมผ่าตัด
สำหรับผู้ที่ยังไม่พร้อมผ่าตัดหรือมีปริมาณไขมันสะสมไม่มากจนถึงขั้นต้องดูดไขมันเหนียง ปัจจุบันมีหัตถการเสริมความงามอื่น ๆ เป็นทางเลือก ถึงแม้ผลลัพธ์อาจไม่ชัดเจนและถาวรเท่าการดูดไขมันเหนียงในครั้งเดียว แต่ก็สามารถช่วยปรับปรุงรูปหน้าได้โดยไม่ต้องผ่าตัด ซึ่งมีวิธีที่นิยมดังนี้ค่ะ
- การฉีดสลายไขมัน (Meso Fat)
เป็นการฉีดตัวยาเข้าไปทำปฏิกิริยากับเซลล์ไขมันเพื่อให้แตกตัวและถูกขับออกจากร่างกาย เหมาะกับผู้ที่มีไขมันสะสมเล็กน้อย วิธีนี้อาจต้องอาศัยความต่อเนื่องในการทำหลายครั้งเพื่อให้เห็นผลลัพธ์ที่ชัดเจน
- โปรแกรมยกกระชับผิว
โปรแกรมยกกระชับผิวต่าง ๆ เช่น Ulthera, Ulthera หรือ Thermage จะเน้นการส่งพลังงานลงไปใต้ชั้นผิว เพื่อกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและยกกระชับผิวที่หย่อนคล้อย เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาผิวไม่กระชับมากกว่าปัญหาไขมันส่วนเกิน จึงอาจจะไม่สามารถลดขนาดก้อนไขมันได้ดีเท่ากับการดูดไขมันเหนียงโดยตรง
- AccuTite
เป็นเทคโนโลยีขนาดเล็กที่ออกแบบมาเพื่อการดูแลจุดเล็ก ๆ บนใบหน้า โดยสามารถสลายไขมันพร้อมกับช่วยกระชับผิวหนังด้วยพลังงาน RFAL เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการเก็บรายละเอียดงานผิว หรือผู้ที่กังวลเรื่องความหย่อนคล้อยหลังทำหัตถการ
ทำไมต้องเลือกดูดไขมันเหนียงที่ Dermaster Hospital ดีกว่าที่อื่นอย่างไร?
การเลือกสถานที่สำหรับทำศัลยกรรมเป็นสิ่งที่ต้องพิจารณาอย่างละเอียด Dermaster Hospital พร้อมดูแลคุณด้วยระดับมาตรฐานสูงที่ได้รับการยอมรับและการบริการที่ใส่ใจในทุกรายละเอียด เพื่อให้การดูดไขมันเหนียงของคุณคุ้มค่าที่สุด โดยสาเหตุที่ต้องเลือกดูดไขมันเหนียงที่ Dermaster Hospital มีดังนี้ค่ะ
- เทคโนโลยีทันสมัยมาตรฐาน US FDA เราเลือกใช้เครื่อง Vaser รุ่นใหม่ล่าสุดที่เป็นของแท้ 100% ซึ่งเป็นเทคโนโลยีดูดไขมันพร้อมกระชับผิว ช่วยให้ผิวหนังหดกระชับเข้าที่ได้ดีหลังทำ ลดโอกาสเกิดผิวหย่อนคล้อย
- ดูแลรักษาโดยแพทย์มากประสบการณ์ ทุกเคสของการดูดไขมันเหนียงจะทำโดยศัลยแพทย์พลาสติกตกแต่งที่ได้รับการรับรองจากแพทยสภา ซึ่งมีประสบการณ์สูงในการประเมินและออกแบบรูปหน้าให้สวยงามได้อย่างที่ต้องการค่ะ
- ห้องผ่าตัดระบบปลอดเชื้อ เราให้ความสำคัญกับความสะอาดเป็นอันดับหนึ่ง หัตถการดูดไขมันเหนียงจะทำในห้องผ่าตัดที่มีระบบกรองอากาศและฆ่าเชื้อมาตรฐานเดียวกับโรงพยาบาลชั้นนำ
- อุ่นใจด้วยทีมแพทย์และพยาบาล เพื่อให้คุณไม่ต้องกังวลเรื่องความเจ็บ เรามีวิสัญญีแพทย์คอยดูแลเรื่องการระงับความรู้สึกอย่างใกล้ชิด ทำให้คุณไม่รู้สึกเจ็บปวดใด ๆ ตอนทำการดูดไขมันเหนียงค่ะ
- เทคนิคพิเศษผิวเรียบเนียน แพทย์ใช้เทคนิคพิเศษ อย่างเทคนิค Triple Layers ดูดไขมันทั้ง 3 ชั้นผิว และเทคนิค Triple D หด ยกกระชับผิว ในการดูดไขมันเหนียงที่ช่วยลดโอกาสผิวเป็นคลื่นหลังทำ สามารถนำไขมันออกได้ในปริมาณมาก และเห็นการเปลี่ยนแปลงของสัดส่วนที่ลดลงได้ชัดเจนตั้งแต่ครั้งแรก
- เน้นมาตรฐานการรักษาและความพึงพอใจ เรามุ่งมั่นการันตีผลลัพธ์ที่น่าพึงพอใจสูงสุด โดยคำนึงถึงมาตรฐานการดูแลคนไข้ให้เป็นไปตามหลักการแพทย์อย่างเคร่งครัด เพื่อความมั่นใจในการใช้บริการค่ะ
- มีบริการเสริมอื่นอีกมากมาย Dermaster Hospital มีบริการเสริมอื่นอีกมากมาย เช่น ดูดไขมันต้นขา ดูดไขมันต้นแขน และดูดไขมันหน้าท้อง สำหรับผู้ที่ต้องการปรับรูปทั้งตัวในที่เดียว
เทคนิคเฉพาะที่ Dermaster เท่านั้น