ดูดไขมันต้นขา แก้ขาเบียด ขาใหญ่ ช่วยให้ขาเรียว ไร้ไขมันส่วนเกิน

ไขมันส่วนเกินบริเวณต้นขาเป็นปัญหาที่ส่งผลกระทบต่อบุคลิกภาพและความมั่นใจ การสะสมของไขมันทั้งด้านนอกและด้านในทำให้ขนาดและรูปทรงขาไม่สมส่วน ซึ่งอาจเป็นอุปสรรคต่อการสวมใส่เสื้อผ้าที่ต้องการค่ะ การดูดไขมันต้นขาจึงเป็นวิธีแก้ไขที่ตรงจุดและได้รับความนิยมสูง เพื่อปรับรูปร่างต้นขาให้เรียวสวย
การดูดไขมันต้นขา การเตรียมตัว เทคนิคเฉพาะส่วนที่ทันสมัยอย่างเทคนิค Triple Layers ดูดไขมันทั้ง 3 ชั้นผิว และเทคนิค Triple D หด ยกกระชับผิว รวมถึงขั้นตอนและการดูแลหลังดูดไขมันที่ขา เพื่อให้คุณได้ผลลัพธ์ของเรียวขาที่สวยงามและมั่นใจยิ่งขึ้นค่ะ
Key Takeaways
- การดูดไขมันต้นขา (Legs Liposuction) คือการกำจัดไขมันส่วนเกินที่สะสมใต้ผิวหนังรอบบริเวณต้นขาครอบคลุมทั้งต้นขาด้านนอก ปีกสะโพก และต้นขาด้านใน
- พื้นที่หลักที่สามารถดูดไขมันต้นขาได้ มีดังนี้ ต้นขาด้านใน ต้นขาด้านนอก ต้นขาด้านหน้า ต้นขาด้านหลัง และรอบหัวเข่า
- ที่ Dermaster Hospital ใช้เครื่อง VASER รุ่นใหม่ ที่ได้รับการรับรองจาก US FDA ดูดไขมันต้นขาได้อย่างแม่นยำ ทำให้สัดส่วนสมดุล รูปร่างกระชับ
การดูดไขมันต้นขาคืออะไร?
การดูดไขมันต้นขา (Legs Liposuction) คือการกำจัดไขมันส่วนเกินที่สะสมใต้ผิวหนังรอบบริเวณต้นขาครอบคลุมทั้งต้นขาด้านนอก รวมถึงบริเวณปีกสะโพก และต้นขาด้านใน การทำหัตถการนี้ช่วยให้สัดส่วนบริเวณดังกล่าวเล็กลงอย่างรวดเร็วและเป็นวิธีแก้ปัญหาขาเบียดที่เกิดจากต้นขาด้านในใหญ่เกินไปได้อย่างชัดเจนค่ะ
การดูดไขมันต้นขาด้านนอกและดูดไขมันต้นขาด้านในสามารถทำพร้อมกันได้หากปริมาณไขมันไม่มากหรือสามารถทำแยกกันคนละครั้งตามการประเมินของแพทย์ โดยพิจารณาจากปริมาณไขมันสะสมและความกังวลหลักของผู้รับบริการ เช่น การลดปีกสะโพก หรือการแก้ไขปัญหาขาหนีบเสียดสี เป็นต้น
ดูดไขมันต้นขามีข้อดีอย่างไร?

เหตุผลที่การดูดไขมันต้นขาได้รับความนิยมเพราะเป็นหนึ่งในหัตถการที่ปรับรูปร่างได้อย่างตรงจุดและรวดเร็ว สามารถแก้ไขปัญหาที่การควบคุมอาหารและการออกกำลังกายทำได้ยาก ยิ่งใช้เทคนิค Triple Layers ดูดไขมันทั้ง 3 ชั้นผิว และเทคนิค Triple D หด ยกกระชับผิว ของ Dermaster Hospital ก็จะทำให้เห็นผลลัพธ์ดีทันทีประมาณ 30% ค่ะ ซึ่งข้อดีของการดูดไขมันต้นขามีดังนี้
- ปรับสัดส่วนสะโพกและต้นขาด้านนอก ลดขนาดอย่างชัดเจน แก้ปัญหาเสื้อผ้าติดสะโพกและปรับรูปร่างให้สมดุลกับรอบเอว
- แก้ปัญหาขาเบียดและต้นขาด้านใน เพิ่มช่องว่างระหว่างขา ลดการเสียดสีของขาหนีบ ซึ่งช่วยลดการระคายเคือง ผิวคล้ำ และปัญหาความอับชื้นค่ะ
- ขาเรียวและกระชับ ทำให้ขาดูเรียว ได้รูปทรง และลดความหย่อนคล้อย
- ดูดไขมันพร้อมกระชับผิว ลดเซลลูไลท์ ช่วยลดไขมันสะสมชั้นตื้นทำให้ผิวเปลือกส้มดูดีขึ้น
- เพิ่มความมั่นใจ ช่วยปรับสมดุลรูปร่าง และเพิ่มความมั่นใจในการสวมใส่เสื้อผ้าที่โชว์ช่วงขา
- ผลลัพธ์ถาวรและรวดเร็ว เนื่องจากเป็นการกำจัดเซลล์ไขมันออกอย่างถาวร แต่ควรควบคุมน้ำหนักเพื่อคงผลลัพธ์ระยะยาวด้วยนะคะ
ข้อจำกัดของการดูดไขมันต้นขามีอะไรบ้าง?
แม้ว่าการดูดไขมันต้นขาจะช่วยปรับรูปร่างได้อย่างมีประสิทธิภาพ แต่การดูดไขมันต้นขาก็มีข้อเสียที่ควรพิจารณา ได้แก่
- ต้องมีระยะเวลาพักฟื้น หลังทำอาจมีอาการบวม ช้ำ หรือรู้สึกตึงในช่วงแรก ซึ่งจะค่อย ๆ ดีขึ้นตามลำดับ
- ไม่ใช่วิธีลดน้ำหนักทั้งตัว เหมาะกับการปรับรูปร่างเฉพาะจุดมากกว่าการลดน้ำหนักโดยรวม
- ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับสภาพผิวและไขมันเดิม หากผิวมีความหย่อนคล้อยมาก อาจต้องใช้เทคนิคเสริมร่วมด้วย
- มีค่าใช้จ่ายและต้องทำโดยแพทย์ผู้มีประสบการณ์ เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ปลอดภัยและเหมาะสม
ดูดไขมันต้นขาเหมาะกับใครบ้าง?
โดยทั่วไปแล้ว ผู้ที่เหมาะสมสำหรับการดูดไขมันต้นขาอยู่ในกลุ่มหลัก ๆ ดังนี้ค่ะ
- ผู้ที่มีไขมันสะสมเฉพาะจุด เหมาะสำหรับผู้ที่มีรูปร่างสมส่วนแต่ยังมีไขมันบริเวณปีกสะโพก (Saddlebags) หรือต้นขาด้านในที่ไม่ตอบสนองต่อการควบคุมอาหารและออกกำลังกาย
- ผู้ที่มีน้ำหนักใกล้เกณฑ์มาตรฐาน ควรมีน้ำหนักเกินเกณฑ์มาตรฐานไม่มาก (ไม่เกิน 10-15 กก.) สำหรับผู้ที่เป็นโรคอ้วนแพทย์จะแนะนำให้ลดน้ำหนักก่อน
- ผู้ที่มีคุณภาพผิวหนังดี ผิวหนังต้องมีความยืดหยุ่นที่ดีและไม่หย่อนคล้อยมากเกินไป เพื่อให้ผิวสามารถหดตัวเข้ากับรูปทรงขาใหม่ได้หลังดูดไขมัน
- ผู้ที่มีสุขภาพแข็งแรงและความคาดหวังสมจริง ต้องไม่มีโรคประจำตัวที่มีความเสี่ยงร้ายแรง และมีความเข้าใจว่าการรักษาจะช่วยให้สัดส่วนดีขึ้น แต่ไม่เปลี่ยนโครงสร้างพื้นฐานของร่างกาย
ดูดไขมันต้นขาส่วนไหนได้บ้าง?
1. ดูดไขมันต้นขาด้านใน (Inner Thighs)
การดูดไขมันต้นขาด้านในเป็นบริเวณที่มักมีไขมันสะสมง่ายและลดยากที่สุด เนื่องจากเป็นจุดที่ถูกใช้งานน้อยในชีวิตประจำวัน การดูดไขมันส่วนนี้ให้ผลลัพธ์คือช่วยป้องกันการระคายเคืองและปัญหาผิวคล้ำที่เกิดจากการเสียดสี ช่วยให้สามารถสวมใส่กางเกงรัดรูป กระโปรงสั้น และชุดว่ายน้ำได้อย่างมั่นใจมากขึ้นค่ะ
2. ดูดไขมันต้นขาด้านนอก (Outer Thighs/Saddlebags)

การดูดไขมันบริเวณต้นขาด้านนอกหรือที่เรียกว่าปีกสะโพก เป็นการแก้ไขจุดที่ทำให้สะโพกดูขยายกว้างและสัดส่วนไม่สมดุลค่ะ ผลลัพธ์ของการดูดไขมันต้นขาด้านนอกช่วยให้ทรวดทรงชัดเจนในการเปลี่ยนรูปร่างโดยรวม ช่วยลดความกว้างของสะโพกช่วงเอวดูคอดลงทำให้สัดส่วนโดยรวมดูดีขึ้น และสร้างเส้นโค้งที่ต่อเนื่องและลื่นไหลจากบริเวณเอวไปจนถึงขา ทำให้ส่วนบนและส่วนล่างดูสมดุลยิ่งขึ้น
3. ดูดไขมันรอบหัวเข่า (Knee Area)
การดูดไขมันรอบหัวเข่าเป็นจุดสำคัญที่หลายคนมองข้าม แต่มีผลอย่างยิ่งต่อความเรียวและความสมบูรณ์ของขาโดยรวมค่ะ ซึ่งช่วยกำจัดไขมันที่สะสมจนดูคล้ายก้อนปูดทำให้ขาดูไม่เรียวต่อกัน ลดไขมันที่ทำให้บริเวณหัวเข่าดูไม่เรียบเนียนและหนา ซึ่งการจัดการไขมันบริเวณนี้จะช่วยให้ขาดูต่อเนื่องและเรียวลงตั้งแต่ต้นขาจนถึงน่อง ทำให้หัวเข่าดูกระชับ มีรูปทรงที่สวยงาม
4. ดูดไขมันต้นขาด้านหลัง (Posterior Thighs)
การดูดไขมันต้นขาด้านหลังเป็นส่วนสำคัญที่เชื่อมต่อกับสะโพกซึ่งส่งผลต่อรูปทรงโดยรวมเมื่อมองจากด้านหลัง ผลลัพธ์ที่ได้จะช่วยทำให้เส้นโค้งระหว่างสะโพกกับต้นขาดูคมชัดขึ้น ช่วยกำจัดไขมันสะสมที่ทำให้ขาดูหนาและตันเมื่อมองจากด้านหลัง ทำให้สะโพกและต้นขามีสัดส่วนที่สมดุลค่ะ
5. ดูดไขมันต้นขาด้านหน้า (Anterior Thighs)

การดูดไขมันต้นขาด้านหน้ามีผลอย่างยิ่งต่อรูปลักษณ์โดยรวมเมื่อสวมใส่กางเกงรัดรูป ผลลัพธ์ที่ได้จะช่วยให้ขาดูเรียบเนียนและกระชับขึ้นค่ะ ลดความตันของต้นขา ทำให้ขาดูเพรียวยาวขึ้น และสวมเสื้อผ้าเข้ารูปสวยงามโดยเฉพาะกางเกง ซึ่งแพทย์จะใช้เทคนิคการดูดแบบนุ่มนวลและระมัดระวังเพื่อรักษารูปทรงของกล้ามเนื้อไม่ให้เกิดรอยบุ๋ม
ก่อนดูดไขมันต้นขาต้องเตรียมตัวอย่างไร?
การเตรียมตัวด้านสุขภาพก่อนเข้ารับการดูดไขมันต้นขาเป็นสิ่งสำคัญ โดยควรปฏิบัติดังนี้ค่ะ
- เข้ารับการตรวจร่างกายและประเมินสุขภาพตามคำแนะนำของแพทย์ และแจ้งข้อมูลสุขภาพทั้งหมด (โรคประจำตัว, ยา, อาหารเสริมที่ใช้) ให้แพทย์ทราบ
- งดกลุ่มยาที่มีผลต่อการแข็งตัวของเลือด (เช่น แอสไพริน, ไอบูโพรเฟน) และอาหารเสริมบางชนิด (เช่น น้ำมันตับปลา, วิตามินซี) อย่างน้อย 2 สัปดาห์
- งดบุหรี่และแอลกอฮอล์อย่างน้อย 2 สัปดาห์ เพื่อลดความเสี่ยง และช่วยให้แผลหายเร็วขึ้น
- งดน้ำและอาหารอย่างน้อย 6 ชั่วโมง ก่อนทำหัตถการ (กรณีต้องมีการให้ยาชาหรือยาสลบ)
- ตรวจสอบวันทำหัตถการไม่ให้ตรงกับวันที่มีรอบเดือน อาบน้ำสระผมทำความสะอาดร่างกายให้เรียบร้อย และสวมใส่เสื้อผ้าที่หลวมสบาย สามารถถอดเปลี่ยนได้ง่ายโดยไม่ถูกบริเวณแผล
ขั้นตอนการดูดไขมันต้นขา
ก่อนดูดไขมันต้นขาแพทย์จะประเมินและออกแบบรูปร่างต้นขา กำหนดตำแหน่งดูดไขมัน และปริมาณที่เหมาะสม จากนั้นจึงเข้าสู่ขั้นตอนการดูดไขมันด้วย VASER ดังนี้
- กำหนดพื้นที่ที่จะดูดไขมัน และวิสัญญีแพทย์จะดูแลเรื่องการวางยาสลบ เพื่อให้ปลอดภัยและลดความเจ็บระหว่างทำหัตถการค่ะ
- เปิดแผลขนาดประมาณ 3-5 มม. บริเวณที่กำหนดเพื่อสอดหัวดูด (ตำแหน่งแผลขึ้นอยู่กับส่วนที่ดูด เช่น ดูดไขมันต้นขาด้านใน ดูดไขมันต้นขานอก)
- สลายและดูดไขมันด้วย VASER ซึ่งจะปล่อยคลื่นอัลตราซาวด์สลายเซลล์ไขมันให้เป็นของเหลว อย่างจำเพาะเจาะจง จากนั้นแพทย์จะใช้หัวดูด (Cannula) ดูดไขมันเหลวออกมาอย่างละเอียด โดยใช้เทคนิค Triple Layers ดูดไขมันทั้ง 3 ชั้นผิว และเทคนิค Triple D หด ยกกระชับผิว ซึ่งเป็นการดูดไขมันครบทั้ง 3 ชั้น และระมัดระวังไม่ให้ดูดมากเกินไปเพื่อป้องกันผิวเป็นคลื่น ช่วยถนอมเนื้อเยื่อรอบข้างค่ะ
- เย็บปิดแผลด้วยความประณีตเพื่อให้รอยแผลเล็กที่สุด ลดความเสี่ยงการอักเสบและบวมช้ำ
การดูแลและการพักฟื้นหลังดูดไขมันต้นขา
หลังการดูดไขมันต้นขาสามารถกลับบ้านได้ทันทีหลังพักสังเกตอาการกับแพทย์อย่างน้อย 30 นาที และควรตามคำแนะนำอย่างเคร่งครัดดังนี้ค่ะ
- ทำความสะอาดแผลตามคำแนะนำของแพทย์ และห้ามให้แผลโดนน้ำเป็นเวลา 7 วัน หรือจนกว่าจะตัดไหม
- สวมชุดกระชับตลอด 24 ชั่วโมง ในเดือนแรกหลังจากนั้นให้สวมอย่างน้อย 12 ชั่วโมงต่อวัน ตามคำแนะนำของแพทย์เพื่อให้ผิวหนังหดตัว
- งดสูบบุหรี่ แอลกอฮอล์ อาหารหมักดอง อาหารทะเล และอาหารกึ่งสุกกึ่งดิบ รวมถึงหลีกเลี่ยงการออกกำลังกายที่ต้องขยับตัวมากหรือการยกของหนัก
- รับประทานยาตามที่แพทย์สั่งให้ครบถ้วน และมาพบแพทย์ตามนัดหมายทุกครั้ง
อาการข้างเคียงหลังดูดไขมันต้นขาที่พบได้บ่อย
หลังดูดไขมันต้นขา อาจมีอาการข้างเคียงบางอย่างเกิดขึ้นได้ ซึ่งถือเป็นเรื่องปกติหลังทำหัตถการ โดยอาการของแต่ละคนอาจแตกต่างกันไป และส่วนใหญ่มักค่อย ๆ ดีขึ้นได้เองเมื่อดูแลตัวเองตามคำแนะนำของแพทย์
- อาการบวมและช้ำบริเวณต้นขา พบได้ในช่วง 1–2 สัปดาห์แรก โดยอาการจะค่อย ๆ ดีขึ้นตามระยะเวลา
- อาการปวดหรือตึงบริเวณที่ทำ มักเกิดในช่วงแรกหลังทำ และสามารถบรรเทาได้ด้วยการใช้ยาตามแพทย์สั่ง
- อาการชา เป็นอาการที่พบได้ชั่วคราว 4 – 8 สัปดาห์และมักดีขึ้นเมื่อเส้นประสาทฟื้นตัว
- อาจมีของเหลวซึมจากแผลเล็กน้อยในช่วงแรกหลังทำเป็นปกติ
- อาการคลื่นไส้ หน้ามืด หรืออ่อนเพลียเล็กน้อย อาจเกิดจากการใช้ยา หรือเป็นการตอบสนองของร่างกายหลังทำหัตถการ
- ผิวบริเวณที่ทำอาจรู้สึกแข็งหรือตึงในระยะหนึ่ง
ทำไมต้องเลือกดูดไขมันต้นขาที่ Dermaster Hospital
ที่ Dermaster Hospital เข้าใจดีว่าการตัดสินใจดูดไขมันเป็นเรื่องใหญ่ที่ต้องมาพร้อมกับความมั่นใจ เราจึงยกระดับทุกขั้นตอนของการดูดไขมันต้นขา เพื่อให้คุณได้ผลลัพธ์ที่น่าพึงพอใจและปลอดภัยอย่างแท้จริง
- เครื่อง Vaser รุ่นใหม่ เราเลือกใช้เทคโนโลยีดูดไขมันขาที่ผ่านการรับรองจากองค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกา (US FDA) ช่วยสลายไขมันได้อย่างมีประสิทธิภาพ
- ศัลยแพทย์ตกแต่งมากประสบการณ์ ทุกเคสจะถูกดำเนินการโดยศัลยแพทย์พลาสติกตกแต่งที่ได้รับการรับรองจากแพทยสภา ซึ่งมีประสบการณ์สูง
- ห้องผ่าตัดปลอดเชื้อ Dermaster Hospital มีห้องผ่าตัดที่เน้นความปลอดภัยสูงด้วยระบบ Positive Pressure Room รองรับการผ่าตัดศัลยกรรมทุกใบหน้าและทุกรูปร่าง
- มีวิสัญญีแพทย์ดูแลตลอดการผ่าตัด มีวิสัญญีแพทย์วิชาชีพดูแลอย่างใกล้ชิดตลอดการผ่าตัด
- เทคนิคของศัลยแพทย์ Dermaster Hospital อย่าง เทคนิค Triple Layers ดูดไขมันทั้ง 3 ชั้นผิว และเทคนิค Triple D หด ยกกระชับผิว ที่ช่วยให้ผิวบริเวณต้นขาหลังการรักษา เรียบเนียน ไม่เป็นคลื่น
- ผลลัพธ์ที่ชัดเจน ตั้งแต่ครั้งแรก สามารถดูดไขมันได้ในปริมาณมากในครั้งเดียว ทำให้เห็นผลลัพธ์ความเปลี่ยนแปลงของสัดส่วนที่เล็กลงได้หลังทำประมาณ 30%
- การดูแลหลังการรักษาอย่างใกล้ชิด หลังทำเสร็จ มีพยาบาลวิชาชีพดูแลและให้คำแนะนำอย่างใกล้ชิด เพื่อให้คุณฟื้นตัวได้เร็วและได้ผลลัพธ์ที่สวยงาม






เทคนิคเฉพาะที่ Dermaster เท่านั้น
โปรโมชั่นดูดไขมันต้นขา
ราคาดูดไขมันต้นขาที่ Dermaster Hospital แบ่งตามประเภทเครื่องมือดังนี้
| ประเภทเครื่อง | ราคา (บาท) |
| โปรแกรมดูดไขมัน Vaser | เริ่มต้น 79,000 |
| โปรแกรมดูดไขมัน BodyTite | เริ่มต้น 103,900 |
| โปรแกรมดูดไขมัน J Plasma (ขาหน้า/ขาหลัง + ขาใน/ขานอก) | เริ่มต้น 80,000 |
อยากเริ่มต้นดูดไขมัน สามารถปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย คลิกเลย!
ผลลัพธ์บริเวณ สะโพก ต้นขา และน่อง

ผลตอบรับจากลูกค้า


คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการดูดไขมันต้นขา
01. หลังดูดไขมันต้นขา เมื่อไหร่ถึงเดินได้?
02. การดูดไขมันที่ต้นขา ให้ผลลัพธ์ถาวรไหม?
03. การดูดไขมันต้นขาทำให้ผิวหย่อนคล้อยไหม?
04. การดูดไขมันต้นขาช่วยกำจัดเซลลูไลท์หรือไม่?
References
- Yoshida S, Imai H, Roh S, Mese T, Koshima I. Comparison of the Effectiveness of Liposuction for Lower Limb versus Upper Limb Lymphedema. J Clin Med. 2023 Feb 21;12(5):1727. doi: 10.3390/jcm12051727. PMID: 36902514; PMCID: PMC10003574.
- Complete Reduction of Leg Lymphedema after Liposuction: A 5-Year Prospective Study in 67 Patients without Recurrence. (n.d.) https://journals.lww.com/prsgo/fulltext/2023/12000/complete_reduction_of_leg_lymphedema_after.6.aspx









