• 02 714 4471
  • 342 Ekamai Rd, Bangkok 10110
  • Mon - Sun: 09:00 - 20:00
  • 02 246 0042
  • 44/1 Asoke-Dindaeng Rd, Bangkok 10310
  • Mon-Sun: 11:00 - 19:00
  • 02 107 7789
  • 18/9 Ratchaphruek Rd, Bangkok 10170
  • -

EDIM Cancer Screening Test

EDIM

เพราะการก่อตัวของเซลล์ผิดปกติใช้เวลา การตรวจประเมินความเสี่ยงล่วงหน้าจึงเป็นหัวใจสำคัญของการดูแลสุขภาพ

เซลล์ผิดปกติพัฒนาอย่างไร ? ทำไมการตรวจเชิงป้องกันจึงสำคัญ

โดยทั่วไป การพัฒนาของเซลล์ผิดปกติจนกลายเป็นเนื้องอกหรือมะเร็งชนิดก้อน ต้องใช้เวลานานหลายปี ซึ่งในระยะแรกมักไม่แสดงอาการใดๆ

กระบวนการเจริญเติบโตของเซลล์ผิดปกติมักมีกลไกสำคัญ 2 ประการ ได้แก่

  1. การขัดขวางกระบวนการทำลายตัวเองตามธรรมชาติของเซลล์ (Block Apoptosis): เซลล์ไม่ย่อยสลายตามปกติแม้จะอยู่ในระบบภูมิคุ้มกัน

  2. การเปลี่ยนแปลงระบบเมตาบอลิซึม (Glucose Metabolism): เซลล์ใช้พลังงานสูงและดึงกลูโคสไปใช้ในการเติบโตอย่างรวดเร็ว

การตรวจวิเคราะห์และรับรู้สัญญาณความผิดปกติเหล่านี้ตั้งแต่ระยะเริ่มต้น จึงช่วยเพิ่มโอกาสในการวางแผนดูแลและปรับพฤติกรรมสุขภาพได้อย่างมีประสิทธิภาพ

เทคโนโลยี EDIM (Epitope Detection in Monocytes) คืออะไร ?

EDIM Technology เป็นเทคโนโลยีการตรวจวิเคราะห์จากประเทศเยอรมนี ที่อาศัยการทำงานของระบบภูมิคุ้มกัน โดยตรวจเช็กสารชีวมาร์กเกอร์ (Biomarkers) สำคัญ 2 ชนิดภายในเซลล์เม็ดเลือดขาวชนิด Monocytes:

  • Apo10: ตัวบ่งชี้เกี่ยวกับกระบวนการยับยั้งการทำลายตัวเองของเซลล์ (Apoptosis)

  • TKTL1: ตัวบ่งชี้เกี่ยวกับความผิดปกติของระบบเมตาบอลิซึมและการใช้พลังงานของเซลล์

การวิเคราะห์ผลจะแสดงในรูปแบบ Combined Score เพื่อประเมินระดับความเสี่ยงและพฤติกรรมของเซลล์ผิดปกติ ช่วยให้แพทย์ประเมินแนวโน้มและวางแผนการดูแลสุขภาพร่วมกับผู้รับการตรวจได้อย่างเหมาะสม

ประเภทของเนื้อเยื่อและก้อนเนื้อที่อยู่ในขอบเขตการตรวจประเมิน

การตรวจวิเคราะห์ด้วย EDIM Test สามารถใช้เป็นข้อมูลประกอบการประเมินความเสี่ยงของก้อนเนื้อและเซลล์ผิดปกติหลากหลายระบบในร่างกาย อาทิ

  • ระบบประสาทและสมอง: เช่น Glioma, Glioblastoma

  • ระบบศีรษะและลำคอ: เช่น Nasopharyngeal carcinoma, Oral squamous cell carcinoma

  • ระบบทางเดินหายใจ: เช่น ปอด (Lung)

  • ระบบเต้านมและอวัยวะสืบพันธุ์: เช่น เต้านม (Breast), รังไข่ (Ovarian), มดลูก (Uterine/Cervix), ต่อมลูกหมาก (Prostate)

  • ระบบทางเดินอาหารและตับ: เช่น ลำไส้ใหญ่และทวารหนัก (Colon & Rectal), กระเพาะอาหาร (Gastric), ตับและท่อน้ำดี (Liver & Bile duct)

  • ระบบทางเดินปัสสาวะ: เช่น ไต (Kidney), กระเพาะปัสสาวะ (Bladder)

ผู้ที่เหมาะสำหรับการตรวจ EDIM Test

  • ผู้ที่ต้องการตรวจประเมินสุขภาพประจำปีเชิงป้องกัน

  • ผู้ที่มีปัจจัยเสี่ยงทางพันธุกรรม หรือมีประวัติความเสี่ยงในครอบครัว

  • ผู้ที่ต้องการข้อมูลประกอบการวางแผนดูแลสุขภาพแบบองค์รวมร่วมกับแพทย์

  • ผู้ที่เคยผ่านการรักษาและต้องการติดตามภาวะสุขภาพตามคำแนะนำของแพทย์

การเตรียมตัวก่อนเจาะเลือดตรวจ

  • ไม่ต้องงดน้ำและอาหาร (Non-fasting blood test) ก่อนการเจาะเลือด

  • ผู้รับการตรวจควรอยู่ในภาวะสุขภาพทั่วไปที่ปกติ (ไม่มีอาการป่วยติดเชื้อฉับพลัน)

  • ข้อควรระวัง: ควรเว้นระยะเวลาอย่างน้อย 8 สัปดาห์ หากมีภาวะดังต่อไปนี้

    • อยู่ในกระบวนการสมานแผล เช่น เพิ่งผ่าตัด, ทำรอยสักใหม่, หรือทำเลสิก

    • มีไข้ฉับพลัน หรือเป็นโรคเริม/งูสวัด

    • เพิ่งได้รับวัคซีน

    • อยู่ระหว่างการรับยารักษาบางชนิด เช่น ยาในกลุ่มสเตียรอยด์, ยากดภูมิคุ้มกัน, ยา Methotrexate หรือได้รับเคมีบำบัด/รังสีรักษา

ทำไมต้องเลือกตรวจ EDIM Cancer Screening Test ที่ Dermaster ?

  1. การดูแลแบบเฉพาะบุคคล (Personalized Wellness Care): Dermaster มุ่งเน้นการดูแลสุขภาพเชิงป้องกันแบบองค์รวม โดยนำผลการตรวจวิเคราะห์ระดับเซลล์มาวางแผนการปรับพฤติกรรม โภชนาการ และการฟื้นฟูร่างกายให้เหมาะสมกับแต่ละบุคคล

  2. ทีมแพทย์และผู้เชี่ยวชาญให้คำปรึกษาอย่างใกล้ชิด: ทุกขั้นตอนตั้งแต่การประเมินความพร้อมก่อนตรวจ การอ่านผลแล็ป ตลอดจนการวางแผนดูแลสุขภาพ จะได้รับคำแนะนำจากแพทย์เพื่อความปลอดภัยและถูกต้องตามหลักวิชาการ

  3. มาตรฐานห้องปฏิบัติการและการบริการระดับพรีเมียม: Dermaster ให้ความสำคัญกับความสะอาด ความปลอดภัย และมาตรฐานการนำส่งสิ่งส่งตรวจไปยังห้องปฏิบัติการที่ได้มาตรฐานสากล พร้อมบรรยากาศการเข้ารับบริการที่ความเป็นส่วนตัวสูงสุด

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการตรวจ EDIM

Q: จำเป็นต้องตรวจบ่อยแค่ไหน ?

A: แนะนำให้ตรวจคัดกรองติดตามสุขภาพอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง หรือตามระยะเวลาที่แพทย์ผู้ดูแลแนะนำ เพื่อติดตามการเปลี่ยนแปลงของร่างกายอย่างต่อเนื่อง

Q: เมื่อทราบผลตรวจแล้วจะช่วยอะไรได้บ้าง ?

A: ผลตรวจจะรายงานในรูปแบบคะแนนความเสี่ยง (Combined Score) ซึ่งช่วยให้เข้าใจแนวโน้มการทำงานของเซลล์ เพื่อนำไปใช้ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมชีวิต เช่น การดูแลโภชนาการ การออกกำลังกาย การพักผ่อน รวมถึงการวางแผนตรวจติดตามทางการแพทย์เพิ่มเติมได้อย่างตรงจุด

กำลังมองหาคำแนะนำ และ ราคา?







    Add Line@