
เพราะการก่อตัวของเซลล์ผิดปกติใช้เวลา การตรวจประเมินความเสี่ยงล่วงหน้าจึงเป็นหัวใจสำคัญของการดูแลสุขภาพ
เซลล์ผิดปกติพัฒนาอย่างไร ? ทำไมการตรวจเชิงป้องกันจึงสำคัญ
โดยทั่วไป การพัฒนาของเซลล์ผิดปกติจนกลายเป็นเนื้องอกหรือมะเร็งชนิดก้อน ต้องใช้เวลานานหลายปี ซึ่งในระยะแรกมักไม่แสดงอาการใดๆ
กระบวนการเจริญเติบโตของเซลล์ผิดปกติมักมีกลไกสำคัญ 2 ประการ ได้แก่
-
การขัดขวางกระบวนการทำลายตัวเองตามธรรมชาติของเซลล์ (Block Apoptosis): เซลล์ไม่ย่อยสลายตามปกติแม้จะอยู่ในระบบภูมิคุ้มกัน
-
การเปลี่ยนแปลงระบบเมตาบอลิซึม (Glucose Metabolism): เซลล์ใช้พลังงานสูงและดึงกลูโคสไปใช้ในการเติบโตอย่างรวดเร็ว
การตรวจวิเคราะห์และรับรู้สัญญาณความผิดปกติเหล่านี้ตั้งแต่ระยะเริ่มต้น จึงช่วยเพิ่มโอกาสในการวางแผนดูแลและปรับพฤติกรรมสุขภาพได้อย่างมีประสิทธิภาพ
เทคโนโลยี EDIM (Epitope Detection in Monocytes) คืออะไร ?
EDIM Technology เป็นเทคโนโลยีการตรวจวิเคราะห์จากประเทศเยอรมนี ที่อาศัยการทำงานของระบบภูมิคุ้มกัน โดยตรวจเช็กสารชีวมาร์กเกอร์ (Biomarkers) สำคัญ 2 ชนิดภายในเซลล์เม็ดเลือดขาวชนิด Monocytes:
-
Apo10: ตัวบ่งชี้เกี่ยวกับกระบวนการยับยั้งการทำลายตัวเองของเซลล์ (Apoptosis)
-
TKTL1: ตัวบ่งชี้เกี่ยวกับความผิดปกติของระบบเมตาบอลิซึมและการใช้พลังงานของเซลล์
การวิเคราะห์ผลจะแสดงในรูปแบบ Combined Score เพื่อประเมินระดับความเสี่ยงและพฤติกรรมของเซลล์ผิดปกติ ช่วยให้แพทย์ประเมินแนวโน้มและวางแผนการดูแลสุขภาพร่วมกับผู้รับการตรวจได้อย่างเหมาะสม
ประเภทของเนื้อเยื่อและก้อนเนื้อที่อยู่ในขอบเขตการตรวจประเมิน
การตรวจวิเคราะห์ด้วย EDIM Test สามารถใช้เป็นข้อมูลประกอบการประเมินความเสี่ยงของก้อนเนื้อและเซลล์ผิดปกติหลากหลายระบบในร่างกาย อาทิ
-
ระบบประสาทและสมอง: เช่น Glioma, Glioblastoma
-
ระบบศีรษะและลำคอ: เช่น Nasopharyngeal carcinoma, Oral squamous cell carcinoma
-
ระบบทางเดินหายใจ: เช่น ปอด (Lung)
-
ระบบเต้านมและอวัยวะสืบพันธุ์: เช่น เต้านม (Breast), รังไข่ (Ovarian), มดลูก (Uterine/Cervix), ต่อมลูกหมาก (Prostate)
-
ระบบทางเดินอาหารและตับ: เช่น ลำไส้ใหญ่และทวารหนัก (Colon & Rectal), กระเพาะอาหาร (Gastric), ตับและท่อน้ำดี (Liver & Bile duct)
-
ระบบทางเดินปัสสาวะ: เช่น ไต (Kidney), กระเพาะปัสสาวะ (Bladder)
ผู้ที่เหมาะสำหรับการตรวจ EDIM Test
-
ผู้ที่ต้องการตรวจประเมินสุขภาพประจำปีเชิงป้องกัน
-
ผู้ที่มีปัจจัยเสี่ยงทางพันธุกรรม หรือมีประวัติความเสี่ยงในครอบครัว
-
ผู้ที่ต้องการข้อมูลประกอบการวางแผนดูแลสุขภาพแบบองค์รวมร่วมกับแพทย์
-
ผู้ที่เคยผ่านการรักษาและต้องการติดตามภาวะสุขภาพตามคำแนะนำของแพทย์
การเตรียมตัวก่อนเจาะเลือดตรวจ
-
ไม่ต้องงดน้ำและอาหาร (Non-fasting blood test) ก่อนการเจาะเลือด
-
ผู้รับการตรวจควรอยู่ในภาวะสุขภาพทั่วไปที่ปกติ (ไม่มีอาการป่วยติดเชื้อฉับพลัน)
-
ข้อควรระวัง: ควรเว้นระยะเวลาอย่างน้อย 8 สัปดาห์ หากมีภาวะดังต่อไปนี้
-
อยู่ในกระบวนการสมานแผล เช่น เพิ่งผ่าตัด, ทำรอยสักใหม่, หรือทำเลสิก
-
มีไข้ฉับพลัน หรือเป็นโรคเริม/งูสวัด
-
เพิ่งได้รับวัคซีน
-
อยู่ระหว่างการรับยารักษาบางชนิด เช่น ยาในกลุ่มสเตียรอยด์, ยากดภูมิคุ้มกัน, ยา Methotrexate หรือได้รับเคมีบำบัด/รังสีรักษา
-
ทำไมต้องเลือกตรวจ EDIM Cancer Screening Test ที่ Dermaster ?
-
การดูแลแบบเฉพาะบุคคล (Personalized Wellness Care): Dermaster มุ่งเน้นการดูแลสุขภาพเชิงป้องกันแบบองค์รวม โดยนำผลการตรวจวิเคราะห์ระดับเซลล์มาวางแผนการปรับพฤติกรรม โภชนาการ และการฟื้นฟูร่างกายให้เหมาะสมกับแต่ละบุคคล
-
ทีมแพทย์และผู้เชี่ยวชาญให้คำปรึกษาอย่างใกล้ชิด: ทุกขั้นตอนตั้งแต่การประเมินความพร้อมก่อนตรวจ การอ่านผลแล็ป ตลอดจนการวางแผนดูแลสุขภาพ จะได้รับคำแนะนำจากแพทย์เพื่อความปลอดภัยและถูกต้องตามหลักวิชาการ
-
มาตรฐานห้องปฏิบัติการและการบริการระดับพรีเมียม: Dermaster ให้ความสำคัญกับความสะอาด ความปลอดภัย และมาตรฐานการนำส่งสิ่งส่งตรวจไปยังห้องปฏิบัติการที่ได้มาตรฐานสากล พร้อมบรรยากาศการเข้ารับบริการที่ความเป็นส่วนตัวสูงสุด
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการตรวจ EDIM
Q: จำเป็นต้องตรวจบ่อยแค่ไหน ?
A: แนะนำให้ตรวจคัดกรองติดตามสุขภาพอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง หรือตามระยะเวลาที่แพทย์ผู้ดูแลแนะนำ เพื่อติดตามการเปลี่ยนแปลงของร่างกายอย่างต่อเนื่อง
Q: เมื่อทราบผลตรวจแล้วจะช่วยอะไรได้บ้าง ?
A: ผลตรวจจะรายงานในรูปแบบคะแนนความเสี่ยง (Combined Score) ซึ่งช่วยให้เข้าใจแนวโน้มการทำงานของเซลล์ เพื่อนำไปใช้ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมชีวิต เช่น การดูแลโภชนาการ การออกกำลังกาย การพักผ่อน รวมถึงการวางแผนตรวจติดตามทางการแพทย์เพิ่มเติมได้อย่างตรงจุด









