• 02 714 4471
  • 342 Ekamai Rd, Bangkok 10110
  • Mon - Sun: 09:00 - 20:00
  • 02 246 0042
  • 44/1 Asoke-Dindaeng Rd, Bangkok 10310
  • Mon-Sun: 11:00 - 19:00
  • 02 107 7789
  • 18/9 Ratchaphruek Rd, Bangkok 10170
  • -

เซลลูไลท์ VS ไขมัน ดูดไขมันช่วยแก้ปัญหาได้จริงไหม ?

เซลลูไลท์ VS ไขมัน ดูดไขมันช่วยแก้ปัญหาได้จริงไหม ?

เซลลูไลท์ VS ไขมัน แตกต่างกันอย่างไร ?

ปัญหาเรื่องรูปร่างและผิวพรรณมักเป็นสิ่งที่หลายคนกังวล โดยเฉพาะ “เซลลูไลท์” และ “ไขมันส่วนเกิน” แม้จะฟังดูคล้ายกัน แต่ทั้งสองอย่างนี้มีความแตกต่างกันมาก มาทำความเข้าใจกัน!

 

เซลลูไลท์คืออะไร? (Cellulite)

เซลลูไลท์ (Cellulite) คือผิวที่มีลักษณะเป็นลอนคลื่นหรือขรุขระคล้ายเปลือกส้ม มักพบที่ต้นขา สะโพก หรือหน้าท้อง เกิดจากไขมันใต้ผิวหนังที่ถูกเส้นใยพังผืด (Fibrous Bands) ดึงผิวหนังลง ทำให้เกิดรอยบุ๋มหรือความไม่เรียบเนียน สามารถเป็นได้ทุกเพศวัยไม่ว่าจะ อ้วน หรือ ผอม ”

 

สาเหตุที่ทำให้เกิดเซลลูไลท์

เกิดจากการสะสมของไขมันใต้ผิวหนังที่ถูกกดทับด้วยเส้นใยพังผืด (Fibrous Bands) หรือ เกิดจาก พันธุกรรม ฮอร์โมน การไหลเวียนเลือดไม่ดี และ การรับประทานอาหารที่มีไขมันสูงทำให้เกิดลักษณะผิวที่ไม่เรียบเนียน แม้จะไม่ได้ส่งผลต่อสุขภาพโดยตรง แต่กลับเป็นปัญหาด้านความมั่นใจของใครหลายคน

 

ไขมันส่วนเกินคืออะไร? (Excess Fat)

ไขมันส่วนเกิน คือไขมันที่สะสมในร่างกายเมื่อบริโภคพลังงานมากกว่าที่เผาผลาญ มักพบในบริเวณที่สะสมไขมันได้ง่าย เช่น หน้าท้อง ต้นขา สะโพก และต้นแขน

 

สาเหตุที่ทำให้เกิดไขมันส่วนเกิน

การบริโภคอาหารที่มีแคลอรีสูง เช่น รับประทานอาหารที่มี ของมัน ของทอด และ ของหวาน

การไม่ออกกำลังกาย หรือ อายุที่มากขึ้น ซึ่งทำให้ระบบเผาผลาญทำงานช้าลง เกิดจากพันธุกรรมและฮอร์โมน ส่งผลเสียต่อสุขภาพ เช่น โรคอ้วน เบาหวาน และเสี่ยงเป็นโรคหัวใจ

 

วิธีลดเซลลูไลท์: ทำอย่างไรให้ผิวเรียบเนียนขึ้น?

หากคุณกำลังมองหาวิธีลดเซลลูไลท์อย่างได้ผล DERMASTER ได้รวบรวมวิธีที่ดีที่สุดมาให้คุณแล้ว!

1. การปรับพฤติกรรมการใช้ชีวิตสามารถช่วยลดเซลลูไลท์ได้อย่างเห็นผล

 

    • ควบคุมอาหาร
    • ดื่มน้ำให้เพียงพอจะช่วยขับสารพิษออกจากร่างกาย
    • ลดอาหารที่มีไขมันทรานส์ น้ำตาล และโซเดียมสูง
    • เพิ่มผัก ผลไม้ และอาหารที่มีไฟเบอร์ เพื่อช่วยขับสารพิษและปรับปรุงระบบไหลเวียนเลือด
    • ออกกำลังกายเป็นประจำ
    • เน้นการออกกำลังกายแบบคาร์ดิโอ เช่น วิ่ง เดินเร็ว หรือปั่นจักรยาน เพื่อเผาผลาญไขมัน
    • เสริมด้วยการออกกำลังกายแบบเวทเทรนนิ่ง เช่น สควอทหรือแพลงก์ เพื่อกระชับกล้ามเนื้อในบริเวณที่มีเซลลูไลท์

2. การนวดกระตุ้นการไหลเวียนโลหิต

 

    • การนวดด้วยมือหรือเครื่องนวดไฟฟ้า ช่วยกระตุ้นการไหลเวียนเลือดและลดการกักเก็บของเหลวใต้ผิว
    • เทคนิคที่นิยม เช่น Lymphatic Drainage หรือ Venus Legacy สามารถลดเซลลูไลท์ ลดเลือนริ้วรอย และทำให้ผิวดูเรียบเนียนขึ้น

3. การใช้ครีมหรือเซรั่มลดเซลลูไลท์

 

    • ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของคาเฟอีน เรตินอล หรือสารกระชับผิว สามารถช่วยให้ผิวดูเรียบเนียนขึ้น
    • ควรใช้อย่างสม่ำเสมอ และนวดเบา ๆ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ

4. การใช้วิธีทางการแพทย์สำหรับลดเซลลูไลท์

สำหรับผู้ที่ต้องการผลลัพธ์ที่ชัดเจนและรวดเร็ว การใช้เทคโนโลยีทางการแพทย์เป็นตัวเลือกที่มีประสิทธิภาพ เช่น:

 

    • Cellulaze
    • เลเซอร์ที่ช่วยตัดพังผืดใต้ผิวหนัง สลายไขมัน และกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน
    • VelaShape หรือ Venus Legacy
    • ใช้คลื่นวิทยุ (RF) ร่วมกับการดูดสุญญากาศ ช่วยลดไขมันใต้ผิวและกระชับผิว
    • J Plasma (Renuvion)
    • เทคโนโลยีที่ใช้พลังงานพลาสมาและ RF เพื่อกระชับผิวและลดเซลลูไลท์ในขั้นตอนเดียว
    • BodyTite หรือ RFAL
    • ใช้คลื่นวิทยุสลายไขมันพร้อมกระชับผิว ลดลอนคลื่นของเซลลูไลท์

5. การดูแลผิวเพิ่มเติม

 

    • ขัดผิว (Exfoliation)
    • การขัดผิวช่วยผลัดเซลล์ผิวเก่าและกระตุ้นการไหลเวียนโลหิต
    • ใช้สครับที่มีส่วนผสมของเกลือหรือกาแฟเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ
    • อาบน้ำเย็น-น้ำอุ่นสลับกัน
    • ช่วยกระตุ้นระบบไหลเวียนโลหิตและลดการกักเก็บของเหลว

6. การรักษาแบบธรรมชาติ

 

    • แปรงผิวแห้ง (Dry Brushing)
    • ใช้แปรงขัดผิวเบา ๆ เพื่อกระตุ้นระบบน้ำเหลืองและการไหลเวียนเลือด
    • พอกผิวด้วยดินเหนียว (Clay Mask)
    • ดินเหนียวช่วยดูดซับของเสียและลดการกักเก็บน้ำใต้ผิว

 

เคล็ดลับเพิ่มเติม

 

    • รักษาน้ำหนักให้คงที่: การโยโย่จากการลดน้ำหนักเร็วเกินไปอาจทำให้ผิวหย่อนคล้อยและเซลลูไลท์เด่นชัดขึ้น
    • ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ: หากวิธีธรรมชาติไม่ได้ผล การปรึกษาแพทย์หรือผู้ชำนาญจะช่วยให้คุณเลือกวิธีแก้ปัญหาที่เหมาะสม

Add Line@

กำลังมองหาคำแนะนำ?