ไขมันใต้ผิวหนัง (Subcutaneous Fat) เกิดจากอะไร? ลดอย่างไร
หลายคนอาจเคยเจอปัญหารูปร่างไม่กระชับ ดูอวบขึ้น หรือมีไขมันสะสมตามจุดต่าง ๆ ของร่างกาย ทั้งหน้าท้อง ต้นขา ต้นแขน หรือเหนียงใต้คาง ซึ่งหนึ่งในสาเหตุสำคัญก็คือ ไขมันใต้ผิวหนัง (Subcutaneous Fat) ที่อยู่ใกล้กับชั้นผิวและสามารถจับขึ้นมาได้ค่ะ
การทำความเข้าใจว่าไขมันใต้ผิวหนังคืออะไร เกิดจากปัจจัยไหน และมักสะสมอยู่บริเวณใด จะช่วยให้วางแผนดูแลรูปร่างได้ตรงจุดมากขึ้น ไม่ว่าจะเริ่มจากการปรับพฤติกรรมด้วยตัวเอง หรือเลือกหัตถการทางการแพทย์ให้เหมาะกับสรีระและปัญหาของแต่ละบุคคลค่ะ
Key Takeaways
- ไขมันใต้ผิวหนัง คือไขมันที่สะสมอยู่ใต้ชั้นผิวโดยตรง สามารถหยิกหรือจับขึ้นมาได้ แตกต่างจากไขมันในช่องท้องที่สะสมอยู่รอบอวัยวะภายใน
- การสะสมของไขมันใต้ผิวหนังมักเกิดจากการได้รับพลังงานจากอาหารมากกว่าปริมาณที่ร่างกายเผาผลาญออกไป
- การลดไขมันใต้ผิวหนังด้วยตัวเอง ควรควบคุมอาหารควบคู่กับการทำคาร์ดิโอและเวทเทรนนิ่ง เพื่อช่วยลดเปอร์เซ็นต์ไขมันโดยรวม
- การดูดไขมันและเทคโนโลยีลดไขมันเฉพาะจุด เป็นอีกทางเลือกในการปรับรูปร่างและสัดส่วน โดยควรอยู่ภายใต้การประเมินและดูแลของแพทย์ศัลยกรรมตกแต่ง
สารบัญบทความ
- ไขมันใต้ผิวหนังคืออะไร? เรื่องน่ารู้ของไขมันสะสมใต้ชั้นผิว
- ไขมันใต้ผิวหนังสะสมเกิดจากอะไร? เจาะลึกสาเหตุที่ทำให้หุ่นไม่เฟิร์ม
- ไขมันใต้ผิวหนังสะสมมากเกินไป ส่งผลต่อรูปร่างและสุขภาพอย่างไร?
- ไขมันใต้ผิวหนังเจอบริเวณไหนได้บ้าง? จุดสะสมยอดฮิตที่กวนใจ
- วิธีลดไขมันใต้ผิวหนังด้วยตัวเอง เพื่อหุ่นกระชับและสุขภาพดี
- วิธีลดไขมันใต้ผิวหนังแบบรวดเร็ว ด้วยหัตถการทางการแพทย์
- คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับไขมันใต้ผิวหนัง
- ไขมันใต้ผิวหนังดูแลได้ที่ Dermaster Hospital
ไขมันใต้ผิวหนังคืออะไร?
ไขมันใต้ผิวหนัง (Subcutaneous Fat) คือไขมันที่สะสมอยู่ใต้ชั้นผิวหนังตามธรรมชาติ และเป็นไขมันที่เราสามารถหยิกหรือจับขึ้นมาได้ด้วยมือ โดยแตกต่างจากก้อนไขมันใต้ผิวหนังหรือซีสต์ไขมัน ซึ่งเป็นลักษณะก้อนผิดปกติที่ควรได้รับการตรวจจากแพทย์เพื่อแยกสาเหตุให้ชัดเจน
ไขมันใต้ผิวหนังสามารถพบได้หลายบริเวณของร่างกาย โดยจุดที่มักสะสมได้ง่าย ได้แก่ หน้าท้อง ต้นขา ต้นแขน และเหนียงใต้คาง หากมีปริมาณมากขึ้นก็อาจทำให้รูปร่างและสัดส่วนบางบริเวณดูเปลี่ยนไปหรือไม่กระชับเหมือนเดิมค่ะ
ไขมันใต้ผิวหนังสะสมเกิดจากอะไร?

ไขมันใต้ผิวหนังไม่ได้เกิดจากสาเหตุเดียว แต่มีหลายปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับการเผาผลาญและการเก็บสะสมพลังงานของร่างกาย โดยสาเหตุที่พบได้บ่อย มีดังนี้ค่ะ
- พฤติกรรมการรับประทานอาหาร การรับประทานแป้ง น้ำตาล หรือไขมันอิ่มตัวมากเกินความต้องการของร่างกาย อาจทำให้พลังงานส่วนเกินถูกเก็บสะสมเป็นไขมัน
- ขาดการออกกำลังกาย การใช้ชีวิตแบบเนือยนิ่งหรือนั่งทำงานเป็นเวลานาน ทำให้ร่างกายใช้พลังงานลดลง จึงมีโอกาสเกิดไขมันสะสมได้ง่ายขึ้น
- ปัจจัยด้านฮอร์โมนและอายุ เมื่ออายุมากขึ้น รวมถึงการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน เช่น เอสโตรเจนและเทสโทสเตอโรน อาจส่งผลต่อการเผาผลาญและรูปแบบการสะสมไขมัน
- พันธุกรรม มีส่วนกำหนดว่าร่างกายของแต่ละคนมีแนวโน้มสะสมไขมันบริเวณไหน เช่น สะโพก ต้นขา หรือหน้าท้อง
ไขมันใต้ผิวหนังสะสมมากเกินไป ส่งผลต่อรูปร่างและสุขภาพอย่างไร?
เมื่อมีไขมันใต้ผิวหนังสะสมมากขึ้น รูปร่างและสัดส่วนก็อาจเปลี่ยนตามไปด้วย เช่น ต้นแขนหรือต้นขาดูใหญ่ขึ้น หน้าท้องไม่กระชับ หรือมีเหนียงใต้คางจนทำให้กรอบหน้าดูไม่ชัด นอกจากนี้ ในบางบริเวณยังอาจทำให้ผิวดูไม่เรียบเนียนหรือเห็นเซลลูไลท์ชัดขึ้น
แม้ไขมันใต้ผิวหนังจะส่งผลต่อระบบภายในน้อยกว่า ไขมันในช่องท้อง (Visceral Fat) ซึ่งสะสมอยู่รอบอวัยวะภายในและสัมพันธ์กับโรคในกลุ่ม NCDs แต่หากมีไขมันสะสมมากเกินไปโดยรวม ก็อาจส่งผลทั้งต่อรูปร่าง ความคล่องตัว และความมั่นใจในการใช้ชีวิตประจำวันได้ค่ะ
ไขมันใต้ผิวหนังเจอบริเวณไหนได้บ้าง? จุดสะสมยอดฮิตที่กวนใจ

แม้ไขมันใต้ผิวหนังจะพบได้ทั่วร่างกาย แต่บางบริเวณมักสะสมได้ง่ายและเป็นจุดที่หลายคนรู้สึกว่าลดได้ยากกว่าบริเวณอื่น ได้แก่
- หน้าท้องและรอบเอว เป็นบริเวณที่ไขมันสะสมได้ง่าย การลดไขมันหน้าท้องต้องอาศัยการดูแลอย่างสม่ำเสมอ ส่วนการดูดไขมันหน้าท้องเป็นอีกทางเลือกที่ช่วยปรับสัดส่วนให้ดูสมส่วนขึ้น
- ต้นขาและสะโพก มักพบไขมันสะสมในเพศหญิง ทำให้ต้นขาดูใหญ่และเกิดเซลลูไลท์ได้ง่าย การดูดไขมันต้นขา จึงเป็นอีกทางเลือกที่ช่วยปรับสัดส่วนต้นขาให้ดูเรียวขึ้น
- ต้นแขน ไขมันสะสมบริเวณต้นแขนอาจทำให้แขนดูใหญ่และไม่กระชับ การดูดไขมันต้นแขน เป็นอีกหนึ่งวิธีที่สามารถนำมาพิจารณาตามปริมาณไขมันและสภาพผิว
- เหนียงใต้คาง ไขมันบริเวณนี้อาจทำให้กรอบหน้าดูไม่ชัดและใบหน้าดูสั้นลง การดูดไขมันเหนียง จึงเป็นอีกทางเลือกสำหรับการปรับสัดส่วนและมิติของกรอบหน้าให้ชัดขึ้น
สำหรับผู้ที่มีทั้งไขมันสะสมและปัญหาผิวหย่อนคล้อยร่วมกัน สามารถศึกษาเรื่องดูดไขมัน พร้อมกระชับผิว หรือเทคโนโลยีลดไขมันเฉพาะจุด เพื่อเลือกแนวทางให้เหมาะกับทั้งสัดส่วนและคุณภาพผิวค่ะ
วิธีลดไขมันใต้ผิวหนังด้วยตัวเอง เพื่อหุ่นกระชับและสุขภาพดี
หากกำลังสงสัยว่า ไขมันใต้ผิวหนัง ลดยังไงให้ได้ผล การปรับพฤติกรรมในชีวิตประจำวันถือเป็นพื้นฐานสำคัญ โดยวิธีลดไขมันใต้ผิวหนังด้วยตัวเองสามารถทำได้ดังนี้
- ควบคุมอาหารแบบ Caloric Deficit รับประทานให้ได้รับพลังงานน้อยกว่าที่ร่างกายเผาผลาญ โดยเน้นโปรตีน ผัก และคาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อน เพื่อช่วยลดไขมันและรักษามวลกล้ามเนื้อ
- ออกกำลังกายแบบคาร์ดิโอ (Cardio) เช่น วิ่ง ปั่นจักรยาน หรือว่ายน้ำ ช่วยเพิ่มการใช้พลังงานและสนับสนุนการลดเปอร์เซ็นต์ไขมันโดยรวม
- ทำเวทเทรนนิ่ง (Weight Training) ช่วยสร้างมวลกล้ามเนื้อและเพิ่มการเผาผลาญพลังงานพื้นฐานของร่างกาย แม้ในช่วงที่ไม่ได้ออกกำลังกาย ทำให้หุ่นลีนและสมส่วนมากขึ้น
- ดูแลและนวดสลายไขมัน เป็นอีกหนึ่งวิธีดูแลเซลลูไลท์ใต้ผิวหนัง ช่วยกระตุ้นการไหลเวียนของโลหิตและน้ำเหลือง ทำให้ผิวบริเวณที่มีไขมันสะสมดูเรียบเนียนขึ้น
ดังนั้น หากต้องการลดไขมันใต้ผิวหนังให้เห็นการเปลี่ยนแปลง ควรดูแลทั้งเรื่องอาหาร การออกกำลังกาย และการสร้างกล้ามเนื้อควบคู่กัน เพื่อช่วยให้สัดส่วนโดยรวมดูกระชับและสมส่วนมากขึ้นค่ะ
วิธีลดไขมันใต้ผิวหนังแบบรวดเร็ว ด้วยหัตถการทางการแพทย์

สำหรับผู้ที่ต้องการปรับสัดส่วนให้เห็นการเปลี่ยนแปลงได้ชัดเจนและรวดเร็วขึ้น Dermaster Hospital มีโปรแกรมและหัตถการสำหรับดูแลไขมันสะสมเฉพาะจุด ภายใต้การดูแลของแพทย์ศัลยกรรมตกแต่ง โดยผลลัพธ์จะแตกต่างกันในแต่ละบุคคลค่ะ
ดูดไขมัน (Liposuction)
การดูดไขมัน เป็นวิธีช่วยลดเซลล์ไขมันในบริเวณที่ต้องการดูแลโดยตรง สำหรับผู้ที่กำลังมองหาว่าดูดไขมันที่ไหนดี ที่ Dermaster Hospital มีเทคนิค Triple Layers with Triple D ซึ่งไม่ได้เน้นเพียงการลดไขมันเท่านั้น แต่ยังให้ความสำคัญกับการออกแบบรูปร่างและปรับสัดส่วนให้เข้ากับสรีระของแต่ละบุคคล ดูดไขมันครบทั้ง 3 ชั้นผิว ทั้งลึก กลาง ตื้น เพื่อให้รูปร่างโดยรวมดูสมส่วนและเป็นธรรมชาติมากขึ้น
นอกจากนี้ ยังมีการใช้เทคโนโลยี J-Plasma ร่วมกับการดูดไขมัน เพื่อช่วยกระชับผิวหลังทำและดูแลปัญหาผิวหย่อนคล้อย ส่วนดูดไขมันราคาเท่าไหร่นั้น จะแตกต่างกันตามปริมาณไขมันและบริเวณที่ต้องการดูแล โดยแพทย์จะเป็นผู้ประเมินแนวทางที่เหมาะสมกับแต่ละบุคคลค่ะ
เครื่องสลายไขมัน
สำหรับผู้ที่กังวลเรื่องการผ่าตัดหรือไม่สะดวกพักฟื้น สามารถเลือกใช้เทคโนโลยีลดไขมันเฉพาะจุดแบบไม่ต้องผ่าตัดได้ เช่น การสลายไขมันด้วยความเย็น ซึ่งทำงานโดยส่งความเย็นลงสู่เซลล์ไขมันใต้ผิวหนัง เพื่อช่วยลดไขมันเฉพาะจุดโดยไม่กระทบต่อเนื้อเยื่อรอบข้าง และช่วยให้สัดส่วนค่อย ๆ ดูกระชับขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ ทั้งนี้ ผลลัพธ์จะแตกต่างกันในแต่ละบุคคลค่ะ
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับไขมันใต้ผิวหนัง
1. ระดับไขมันใต้ผิวหนังที่ปกติควรมีเท่าไหร่?
ปริมาณไขมันที่เหมาะสมจะแตกต่างกันตามเพศและอายุ โดยทั่วไปเพศชายควรมีเปอร์เซ็นต์ไขมันในร่างกายประมาณ 8-19% และเพศหญิงประมาณ 21-33% ของน้ำหนักตัว หากมีมากเกินไปอาจส่งผลต่อรูปร่างและความมั่นใจ จึงควรปรึกษาแพทย์เพื่อประเมินให้เหมาะกับแต่ละบุคคลค่ะ
2. ลดไขมันใต้ผิวหนังด้วยหัตถการแล้ว ไขมันจะกลับมาสะสมใหม่ได้ไหม?
เซลล์ไขมันที่ถูกกำจัดด้วยการดูดไขมันหรือเครื่องสั่นสลายไขมันจะไม่กลับมาสะสมในตำแหน่งเดิม แต่เซลล์ไขมันที่ยังเหลืออยู่สามารถขยายขนาดได้ หากไม่ได้ควบคุมอาหารและออกกำลังกายอย่างเหมาะสม จึงควรดูแลตัวเองอย่างต่อเนื่องเพื่อช่วยรักษาสัดส่วนในระยะยาวค่ะ
3. ใครบ้างที่เหมาะกับการทำหัตถการลดไขมันใต้ผิวหนัง?
เหมาะกับผู้ที่มีสุขภาพแข็งแรง มีไขมันสะสมเฉพาะจุดที่ลดได้ยากด้วยการออกกำลังกาย และต้องการปรับสัดส่วนให้ชัดเจนขึ้น ทั้งนี้ ควรเข้ารับการประเมินสุขภาพและปรึกษาแพทย์ศัลยกรรมตกแต่งก่อน เพื่อเลือกวิธีที่เหมาะกับแต่ละบุคคลค่ะ
ไขมันใต้ผิวหนัง ดูแลได้ที่ Dermaster Hospital
การดูแลและลดไขมันใต้ผิวหนัง ไม่ได้ช่วยเพียงปรับสัดส่วนให้ดูสมส่วนและเพิ่มความมั่นใจเท่านั้น แต่ยังเป็นอีกส่วนหนึ่งของการดูแลสุขภาพในระยะยาว ไม่ว่าจะเลือกปรับพฤติกรรมด้วยตัวเองหรือใช้หัตถการทางการแพทย์ สิ่งสำคัญคือการเลือกรับบริการจากสถานพยาบาลที่ได้มาตรฐานและน่าเชื่อถือค่ะ
ที่ Dermaster Hospital พร้อมดูแลรูปร่างและสัดส่วนด้วยมาตรฐานระดับโรงพยาบาล โดยมีทีมแพทย์ศัลยกรรมตกแต่งที่มีประสบการณ์ดูแลคนไข้มากกว่า 10,000 เคส พร้อมเครื่องมือทางการแพทย์ที่ทันสมัยและห้องผ่าตัดระบบแรงดันบวก (Positive Pressure Room) สำหรับหัตถการดูดไขมันบางกรณีที่จำเป็นต้องใช้ยาสลบ จะมีวิสัญญีแพทย์คอยดูแลตลอดการทำหัตถการ เพื่อให้ผู้เข้ารับบริการได้รับการดูแลอย่างเหมาะสมและปลอดภัยค่ะ
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม
- Facebook : Dermaster
- Line : @dermaster
- Instagram : @dermasterhospital
- โทร. 02-107-7789
References
- Liposuction. (n.d.). American Society of Plastic Surgeons. https://www.plasticsurgery.org/cosmetic-procedures/liposuction
- Fat freezing (cryolipolysis). (2019, January 25). Cleveland Clinic.https://my.clevelandclinic.org/health/treatments/21060-fat-freezing-cryolipolysis
- Solan, M. (2025, November 1). How to get rid of belly fat. Harvard Health Publishing.https://www.health.harvard.edu/healthy-aging-and-longevity/how-to-get-rid-of-belly-fat









