• 02 714 4471
  • 342 Ekamai Rd, Bangkok 10110
  • Mon - Sun: 09:00 - 20:00
  • 02 246 0042
  • 44/1 Asoke-Dindaeng Rd, Bangkok 10310
  • Mon-Sun: 11:00 - 19:00
  • 02 107 7789
  • 18/9 Ratchaphruek Rd, Bangkok 10170
  • -

บล็อค

เคล็ดลับ

ปลูกผมสเต็มเซลล์ VS ปลูกผมถาวร

ปลูกผมสเต็มเซลล์ VS ปลูกผมถาวร

ทำความเข้าใจเกี่ยวกับการฉีดสเต็มเซลล์และการปลูกผมถาวร

การปลูกผมแบบ Stem Cell คือ การใช้สเต็มเซลล์ของตัวเองมารักษาผมบาง เทคโนโลยีในการรักษาผมร่วงผมบางแบบฉีดเซลล์รากผม โดยฉีดเซลล์ต้นกำเนิดสเต็มเซลล์ ที่นำมาจากรากผมของผู้ที่มีปัญหาผมร่วงจนบาง เข้าไปยังหนังศีรษะเน้นในส่วนบริเวณที่มีปัญหา หรือทั่วศีรษะก็ได้ และเมื่อสเต็มเซลล์ที่สกัดได้ฉีดกลับเข้าไปบนหนังศีรษะ เซลล์ต้นกำเนิดจะไปกระตุ้นเซลล์รากผมที่กำลังจะหายไปจากหนังศีรษะ ให้กลับมามีชีวิต เส้นผมเติบโต ยาวได้ตามปกติ เพิ่มประสิทธิภาพของความแข็งแรงรากผมนำไปสู่ผลลัพธ์ผมดกดำเช่นเดิม และเป็นการยืดอายุขัยให้เส้นผม อยู่กับเราได้นานขึ้นไปอีก

ส่วนการปลูกผมถาวร เป็นการปลูกผมแบบย้ายรากผม หรือปลูกผม FUE เป็นวิธีการปลูกผมที่ได้มาตรฐานและเป็นที่นิยมในปัจจุบัน โดยใช้การย้ายรากผมบริเวณท้ายทอยมาเท่ากับจำนวนที่แพทย์ประเมินว่าต้องใช้กี่กราฟ และใช้กล้องจุลทรรศน์ช่วยในการแบ่งรากผมจากบริเวณท้ายทอยที่เลือกมา ทำการแช่น้ำยากราฟทำให้รากผมยังมีชีวิต แล้วย้ายรากผมเหล่านั้นไปปลูกทีละรากในบริเวณที่ต้องการ เป็นการผ่าตัดเล็กโดยไม่ต้องใช้ยาสลบ แต่เพียงแค่ฉีดยาชาไปยังบริเวณที่จะเอาเซลล์รากผมออก หลังจากการทำผมที่งอกใหม่ออกมาดูเหมาะสมและเป็นธรรมชาติ ทุกขั้นตอนจะต้องอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์ด้านการปลูกผม เป็นวิธีที่มีความปลอดภัยสูง

ข้อดีและข้อเสียของการฉีดสเต็มเซลล์ปลูกผม

ข้อดี

  1. เป็นการรักษาแบบธรรมชาติ ไม่ใช้เคมีในการรักษา มีความเสี่ยงน้อยต่อการเกิดผลข้างเคียง
  2. ไม่ต้องเจ็บตัว มีความเสี่ยงน้อยต่อการเกิดผลข้างเคียง
  3. ไม่ต้องพักฟื้น ถ้าต้องพักจะใช้เวลาฟื้นตัวอาจใช้เวลาแค่ 1 -2 วัน
  4. ใช้เวลาทำน้อย ประมาณ 1 ชั่วโมง
  5. ไม่ต้องทำบ่อย ทำปีละ 1 – 2 ครั้ง ก็พอ

    ข้อเสีย

    1. มีราคาที่สูงกว่าการบำรุงประเภทอื่น ค่าใช้จ่ายเทียบเท่าการปลูก 1000 – 2000 กราฟ และต้องทำอย่างต่อเนื่อง
    2. กอผมที่ดึงออกมาเพื่อใช้รากผมทำสเต็มเซลล์นั้นสามารถนำมาปลูกได้เลย เสียดายทรัพยากรผมที่มีจำกัดสำหรับลูกค้าบางท่าน
    3. ต้องทำการรักษาบ่อยตกปีละ 1-2 ครั้ง การปลูกผมจึงอาจคุ้มค่ากว่าในระยะยาว

    ข้อดีและข้อเสียของการปลูกผมถาวร         

    ข้อดี

    1. ผมที่ขึ้นเป็นผลลัพธ์ที่ถาวร ผมที่ปลูกจะอยู่บนหนังศีรษะไปตลอด ไม่ร่วงง่ายจนทำให้ผมบางเพราะนำมาจากบริเวณที่มีรากผมแข็งแรง
    2. สามารถปลูกซ้ำได้ เพิ่มความหนาได้ ถ้าปลูกผมครั้งแรกแล้วยังหนาไม่พอ (อยากได้ความหนาเพิ่ม)
    3. สร้างความมั่นใจให้กับผู้ที่ทำ ปัญหาผมร่วงผมบางเกิดซ้ำได้ยาก
    4. ผมหลังการปลูกที่ได้สวยงาม เป็นแนวธรรมชาติ การปลูกผมจะปลูกทีละกราฟ​ สามารถกำหนดตำแหน่งที่ปลูกและทิศทางได้
    5. ค่าใช้จ่ายถือว่าคุ้มค่ากับผลลัพธ์ที่ได้ เป็นการลงทุนระยะยาว

    ข้อเสีย

    1. ช่วงพักฟื้นจะนอนได้ลำบากกว่าปกติ อาจมีเลือดซึมบริเวณท้ายทอยที่เจาะผมออกมา อาจปวดบวมบริเวณหน้าผาก
    2. กราฟอาจหลุดได้ ถ้าดูแลไม่ดีหลังการปลูก
    3. บางรายมีอาการหนังศีรษะติดเชื้อ กรณีสถานพยาบาลนั้นไม่มีมาตรฐานหรือไม่มีการฆ่าเชื้อที่ดีพอ (อินเดีย)
    4. หลังจากการปลูกผมต้องทานยาร่วมด้วย และอาจมีผลต่อฮอร์โมนเพศชาย เช่น ยาจำพวก Finasteride ยาเม็ดลดระดับ ฮอร์โมน Dihydrotestosterone
    5. เกิดอาการชา 2-3 เดือนในผู้รับการปลูกผมบางรายเพราะเส้นประสาทโดนทำลาย แต่จะกลับมาเป็นปกตืได้แต่ต้องใช้เวลา (บางรายเป็นอาการคันทั่วศีรษะแทนอาการชา)

    ใครเหมาะกับการฉีดสเต็มเซลล์ปลูกผม และใครควรเลือกปลูกผมถาวร?

    ใครเหมาะกับการฉีดสเต็มเซลล์ปลูกผม ?

    1. ผู้ที่มีปัญหาผมร่วง ผมบางจากพันธุกรรมและฮอร์โมน
    2. ผู้ที่ไม่ต้องการปลูกผม(กลัวการผ่าตัด) ไม่อยากเจ็บตัว
    3. ผู้ที่เคยปลูกผมมาแล้ว และต้องการฉีดสเต็มเซลล์ผมเพิ่มเพื่อเพิ่มความแข็งแรงรากผม
    4. ผู้ที่ยังมีรูขุมขนบนหนังศีรษะ ยังมีเส้นผมอยู่ เหมาะกับคนผมบางที่ศีรษะยังไม่ล้านเถิกและรูขุมขนยังไม่ปิด แต่ปัญหาผมร่วง ผมบางระดับเริ่มต้น ถึงระดับปานกลาง
    5. เหมาะกับผู้ที่มีรากผมไม่แข็งแรง

    ใครเหมาะกับการปลูกผมถาวร ?

    1. ผู้ที่ขาดความมั่นใจเพราะจากผมบาง ศีรษะเถิก ศีรษะล้าน หรือท่านที่อยากมีผมทั่วศีรษะเพื่อการจัดแต่งทรงผมได้ง่าย
    2. ท่านที่มีบุคลิคภาพที่ดีอยากปรับกรอบหน้า อยากมีผมทั่วศีรษะเพื่อการจัดแต่งทรงผมได้ง่าย เหล่าบรรดา ดารา เซเลป
    3. ผู้ที่มีปัญหาผมร่วง ผมบาง ศีรษะเถิก และศีรษะล้านจากกรรมพันธุ์และจากฮอร์โมน DHT
    4. ผู้ที่มีรอยแผลเป็น ทำให้เส้นผมไม่สามารถเกิดขึ้นได้ หรือต้องการปลูกทับรอยแผลเป็น
    5. ผู้ที่ต้องการรักษาอาการผมร่วง ผมบาง ศีรษะล้านที่เห็นผลชัดเจนและถาวร

    สรุป: วิธีไหนที่เหมาะกับคุณ?

    การปลูกผมแบบฉีดสเต็มเซลล์ปลูกผมเป็นการรักษาแบบธรรมชาติ เหมาะสำหรับผู้ที่กลัวเจ็บ กลัวการผ่าตัด เหมาะกับผู้ที่มีปัญหาผมบาง ผมร่วงโดยมีสาเหตุมาจากพันธุกรรมและฮอร์โมน เหมาะกับผู้ที่ไม่มีเวลาพักเพราะใช้เวลาทำเพียงหนึ่งชั่วโมง และพักฟื้นมากสุดแค่ 1 – 2 วัน เหมาะกับผู้ที่เคยปลูกผมมาแล้ว แต่อยากให้เส้นผมดูหนาขึ้น เพราะเป็นการบำรุงที่รากผมโดยตรง                                                

    การปลูกผมแบบถาวร ตอบโจทย์สำหรับคนที่มีปัญหาศีรษะล้านมาก ๆ  ผู้มารับการรักษาควรมาปรึกษาแพทย์ เพื่อให้แพทย์ประเมินและออกแบบทรงบริเวณที่ปลูกผม การจัดแนวผม ดูไรผม ทิศทางของเส้นผม รวมถึงการเจาะกราฟผมที่เหมาะสม เป็นสิ่งสำคัญที่ทำให้การปลูกผมใหม่ได้ผลลัพธ์ที่เป็นธรรมชาติมากที่สุด ทีมงานที่มีประสบการณ์ เครื่องมือที่ทันสมัย ปลอดภัย และบริการหลังการปลูกที่ดูแลดีเยี่ยม ช่วยทำให้คุณมั่นใจและลดปัญหาหลังจากการปลูกผมได้มาก

    Add Line@

    โพสต์ยอดนิยม

    นมน้อยคืออะไร? ทำความรู้จักสาเหตุและวิธีกำจัดส่วนเกินใต้รักแร้
    ลดต้นแขนเห็นผลจริง แขนเล็กเรียวสวยดูเฟิร์มกระชับ
    ลดไขมันหน้าท้อง ลดพุงกระชับหุ่น ทำยังไง วิธีไหนเห็นผลบ้าง?
    หุ่นนาฬิกาทราย วิธีปั้นหุ่นสวย เอวคอด สวยสับแบบที่ใครก็มีได้!
    ลดเหนียงใต้คางวิธีไหนดี ให้ผลลัพธ์ชัด ยกระดับความมั่นใจ
    ปั้นซิกแพค สร้างกล้ามท้อง เปลี่ยนรูปร่างด้วยวิธีที่เห็นผลลัพธ์จริง
    ดูดไขมันที่ไหนดี? แนะนำการเลือกสถานพยาบาลให้ปลอดภัย
    ปลูกผม Long Hair คืออะไร? เทคนิคปลูกผมยาว ไม่ต้องโกน
    รีวิวปลูกผม Graftique Hair Matrix คืนผมหนา จบปัญหาผมบางถาวร
    ปลูกผมที่ไหนดี เลือกอย่างไรเพื่อดูแลผมบาง ศีรษะล้าน?